พริบตาเดียว เจ็ดวันก็ผ่านไปแล้ว
ช่วงนี้เวินอวี่พักอยู่ที่วิลล่าตลอด เพื่ออยู่เป็นเพื่อนเจียงจิ้น
นับตั้งแต่คืนนั้นที่เขาเล่าเรื่องแม่จบลง เขาก็ดูเหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่เคยเสียการควบคุมกะทันหันเพราะความสูง เลือด หรือกระจกอีกเลย
แต่เวินอวี่ยังคงระมัดระวังตัว หากหลีกเลี่ยงได้ก็จะหลีกเลี่ยง พยายามไม่เข้าใกล้สิ่งกระตุ้นเหล่านั้น
เจียงจิ้นกลับมาเป็นผู้ใหญ่สุขุมหนักแน่นเหมือนเดิม น้ำเสียงนุ่มนวล ท่วงท่าสงบนิ่ง ราวกับเรื่องที่เขาเสียการควบคุมและคุกเข่าอยู่หน้าเศษกระจกในคืนนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น พื้นฐานร่างกายของเขาก็ดีอยู่แล้ว แผลกระสุนที่ไหล่ฟื้นตัวเร็วมาก ตอนนี้ขยับตัวได้ตามปกติแล้ว
เย็นวันหนึ่ง
เขากำลังถือไดร์เป่าผมช่วยเวินอวี่เป่าผมอยู่ จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เหยียนเสียวเป็นคนโทรมา
เสียงจากปลายสายฟังดูเหมือนกำลังทวงความดีความชอบอยู่เล็กน้อย “คุณป้าคนนั้น ฉันส่งไปถึงเซี่ยชานกงกวนแล้ว จะขอบคุณฉันยังไง?”
เจียงจิ้นตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ที่ดินผืนนั้นที่นายหมายตาไว้ ฉันไม่แย่งกับนายแล้ว”
หลังวางสาย เขาก้มมองเวินอวี่ แล้วพบว่าร่างของเธอแข็งทื่อไปทั้งตัว
เวินอวี่นิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะได้สติกลับมา
แม่กลับมาแล้ว มาถึงเซี่ยชานกงกวนแล้ว
หัวใจเธอพลันทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่า ฝ่ามือเริ่มมีเหงื่อซึม
เธออ้าปาก แต่กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ก็ใช้เวลานาน “เธอ...เธอมาถึงเมื่อไหร่?”
“เพิ่งมาถึง”
เจียงจิ้นวางไดร์เป่าผมลง ใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมข้างหูของเธอเบา ๆ “ถ้าคุณยังไม่อยากเจอ ก็ยังไม่ต้องรีบเจอก็ได้”
เวินอวี่ก้มหน้า ไม่พูดอะไร
แน่นอนว่าเธออยากเจอ
เธอเฝ้ารอมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว
แต่พอวันนั้นมาถึงจริง ๆ เธอกลับกลัวขึ้นมา
