"อันที่จริงก็ไม่มีอะไรขัดแย้งกันนัก" ฉีจืออวี้หัวเรายอย่างแผ่วเบา
ฉีจืออวี้ตบไหล่อ๋องรุ่ยเบา ๆ พลางกล่าว "ท่านพ่อ คราวหน้าเวลาร่วมแสดงกับข้า คิดถึงผลที่ตามมาให้ดีก่อนนะเพคะ..."
อ๋องรุ่ยพยักหน้าอย่างน่าสงสาร "อือ"
ลูกสาวเก่งเกินไป เขาไม่ค่อยมีความรู้สึกสำเร็จเท่าไรนัก
สู้เด็กโง่สองคนในบ้านที่เอาไว้แกล้งยั่วเล่นไม่ได้
พ่อลูกทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันกลับบ้าน
ฝ่ายอ๋องอู๋นั้นกลับมีสีหน้าหม่นหมองเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะตอนที่นั่งอยู่ในรถม้า ได้ยินราษฎรพูดถึงเรื่องชนเผ่าซือหยุนไปต่าง ๆ นานา ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ
ผู้คนต่างพูดว่าฉีจืออวี้เก่งกาจ
ต่างคนต่างชมว่าอ๋องรุ่ยเลี้ยงลูกเก่ง
อ๋องอู๋อยากจะผลักหน้าต่างรถม้าออกไปตะโกนบอกผู้คนภายนอกว่า "ฉีจืออวี้เพิ่งถูกตามตัวกลับมาได้ไม่นาน อ๋องรุ่ยเลี้ยงอะไรมันล่ะ!"
ฉีจืออวี้เก่ง มันจะไปมีอะไรกับอ๋องรุ่ยถึงครึ่งอีแปะหรือ?
เขาคิดในใจเช่นนั้น แต่ก็ยังพยายามอดกลั้นตัวเอง
เวลานี้หากทำอะไรหุนหันพลันแล่น ก็เท่ากับทำให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ที่จริงอ๋องรุ่ยหน้าด้าน ๆ นั่นก็จ้องจะหาเรื่องเขาอยู่ตลอด ชุดบ่อให้เขาตกหลุม
หากเขายังไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจอีก ก็เท่ากับยื่นหลักฐานให้อ๋องรุ่ยเองนี่นา
เรื่องโง่ ๆ เช่นนี้ เขาไม่มีทางทำ
อ๋องอู๋สูดหายใจลึก ๆ เพื่อให้ตัวเองสงบลง
เพียงแต่ ผู้คนของชนเผ่าซือหยุนเพิ่งถูกประหารต่อหน้าธารกำนัล ราษฎรที่ดูมหรสพก็ยังคงแน่นขนัด ไม่เพียงไม่รีบไปไหน กลับยังไม่มีความคิดจะจากไป
พูดกันได้สนุกสนานก็หยุดยืน คุยกันเป็นกลุ่ม ๆ ชูมือชี้ไม้ไปมา
