จักรพรรดิคังอู่ทรงพระสรวล
เสียงพระสรวลของพระองค์ก้องสะท้านไปทั่วพระที่นั่ง กระทบเข้าที่จิตใจของเหล่าขุนนางทุกคนอย่างชัดเจน
ทีละครั้ง ทีละครั้ง ทำให้พวกเขาหงื่อแตกพลั่ก
เว่ยหยวนโหวเสียใจนัก!
เขานึกไม่ควรฟังถังจิ้งโหรว ที่พูดว่าให้รับฉีผิงเล่อเข้ามา แล้วให้ชาวโลกรู้สึกว่าครอบครัวอ๋องรุ่ยไร้ซึ่งความปรานีเลือดเย็น
ทีนี้ล่ะสิ
คนอื่นจะคิดว่าครอบครัวอ๋องรุ่ยเลือดเย็นหรือไม่ เขาไม่รู้ แต่เขารู้สึกว่าหัวกับคอของตัวเองยังต่อกันอยู่ไม่ค่อยแน่นเท่าไรนัก
"ฝ่...ฝ่าบาทเพคะ..." ถังจิ้งโหรวพูดตะกุกตะกักอย่างยากลำบาก
"ต้นเหตุทั้งปวง เริ่มจากอ๋องรุ่ยขับไล่ฉีผิงเล่อออกจากจวนอ๋องรุ่ย"
"หม่อมฉันเพียงแต่สงสารเด็กคนนั้น อยากจะถามไถ่สถานการณ์เท่านั้น..."
"ใครจะคิดว่าองค์หญิงกลับผูกพยาบาทอยู่ในใจ จึงกลั่นแกล้งครอบครัวหม่อมฉันทุกทาง"
ฉีจืออวี้อยากจะปรบมือให้ถังจิ้งโหรวจริง ๆ ถึงเพียงนี้แล้วนางยังจะผลักความผิดให้คนอื่นอีก
"ใช่ ทุกอย่างเป็นความผิดของข้าเอง" ฉีจืออวี้เอ่ยยอมรับอย่างไม่เกี่ยง
ถังจิ้งโหรวตาเป็นประกาย ตะโกนด้วยความตื่นเต้น "ฝ่าบาท ทรงได้ยินแล้วเพคะ องค์หญิงยอมรับเองแล้ว"
ท่านผู้เฒ่าเว่ยถึงกับหน้าดำมืด อยากจะตบหญิงโง่คนนั้นให้ตายให้รู้แล้วรู้รอด
ฉีจืออวี้ถอนใจ "เป็นข้าที่สั่งให้สาวใช้ของนางล่วงเกินผู้ใหญ่ เรียกบิดาข้าเหมือนเรียกเด็กรับใช้คนหนึ่ง"
"เป็นข้าที่สั่งให้นางไม่ไปหาพี่สาวแท้ ๆ ของตนเอง กลับไปหาพี่เขยที่คลั่งไคล้นาง"
"เป็นข้าที่ให้นางสาดโคลนใส่ครอบครัวข้า ทำให้คนอื่นคิดว่าจวนอ๋องรุ่ยของพวกเราล้วนเป็นพวกอันธพาลที่รังแกคนอื่น"
