เบื้องหลังด่านเยียนเหมินเป็นที่ราบ หากชนเผ่าเติร์กตีด่านแตก ด้วยความคล่องตัวสูงของกองม้า หมู่บ้านและเมืองบนที่ราบเบื้องหลังย่อมต้องเผชิญกับการเผา สังหาร และปล้นสะดมอย่างโหดเหี้ยมที่สุด
ไม่ว่าหลี่ตัวซั่วจะทำอย่างไร ก็ไม่อาจปล่อยให้ด่านเยียนเหมินถูกตีแตกได้
แต่ทหารส่วนใหญ่คิดไม่ถึงขั้นนั้น พวกเขารู้เพียงว่าหากด่านเยียนเหมินถูกตีแตก พวกตนจะต้องถูกสังหาร กลายเป็นฝ่ายให้ศัตรูเข่นฆ่าตามใจ
ไหน ๆ ก็ต้องตายอยู่แล้ว สู้รบจนตัวตายเสียยังดีกว่า!
ฉึก!
“หัวหน้าหมู่ย่อยเซียว!”
“เอ่อ!”
“เฒ่าหลิว!”
“อู๋จื้อ เจ้านี่มัน...เป็นอะไรไป?”
ทหารชนเผ่าเติร์กไต่ขึ้นกำแพงเมืองมาราวกับฝูงมด เบียดเสียดกันแน่นขนัด พวกมัน...บุกขึ้นมาบนกำแพงเมืองได้แล้ว
เซียวจี้หลู่ถูกธนูยิงเข้าที่ต้นขา แผ่นหลังของหลิวซื่อจีถูกฟันจนเห็นกระดูกขาวโพลน ส่วนอู๋จื้อถูกธนูยิงเข้าที่หน้าอก
เมิ่งชวนมองสหายร่วมรบล้มลงทีละคน ขอบตาพลันแดงก่ำ “เฒ่าอู๋ เฒ่าอู๋!”
อู๋จื้อเอ่ยเสียงอ่อนแรง “อย่าเขย่า...ธนูยังไม่ได้ปักถูกหัวใจ เจ้าเขย่าอีกเดี๋ยวมันได้ปักทะลุหัวใจจริง ๆ หรอก”
“ข้ายังตายไม่ได้ เจ้ายังไม่ได้ดื่มปัสสาวะข้าเลย”
เมิ่งชวนหัวเราะอย่างเจ็บปวด “อย่าตายนะ อย่าตาย ข้าจะบอกความลับเรื่องหนึ่งให้ฟัง เป็นเรื่องของข้า เจ้าอย่าตายเชียว”
“ไปให้พ้น!”
อู๋จื้อออกแรงผลักเมิ่งชวนออกไป ทหารชนเผ่าเติร์กคนหนึ่งทางด้านหลังเงื้อดาบฟันลงมาที่อู๋จื้ออย่างแรง! คมดาบฟันตรงเข้าหาลำคอ
ฉึก!
หลิวซื่อจีพุ่งเข้ามาจากด้านข้างแล้วโถมทับร่างอู๋จื้อ แผ่นหลังจึงมีแผลดาบเพิ่มขึ้นอีกแห่ง เจ็บแสบเหมือนไฟลวก
