โจวหว่านเยว่ยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “ที่เธอพูดมาก็มีเหตุผลนะ ถ้าทำแบบนั้นจริง ๆ ต่อไปอยากหย่าก็คงยากพอ ๆ กับการไถ่ถอนตัวเองจากการเป็นทาสในสมัยโบราณ ต้องไปต่อคิวแล้วยังต้องหาพวกกว้านซื้อคิวอีก ฟังดูเหลือเชื่อจริง ๆ”
“นั่นสิ เมื่อก่อนต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานกิจการพลเรือนเท่านั้น แถมขาดทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชนอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่ได้ เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ห้างสรรพสินค้า เทศกาลดนตรี สวนสาธารณะ สถานีรถไฟใต้ดิน โรงพยาบาล... ไปจดทะเบียนได้หมด แต่จดทะเบียนสมรสได้อย่างเดียว ไม่รับจดทะเบียนหย่า”
“ฮ่า ๆ ทำเหมือนพวกเราเป็นคนหลงทางกันหมด หาสำนักงานกิจการพลเรือนไม่เจอ เลยต้องเปิดจุดบริการเพิ่มให้คนทั่วไปสะดวกขึ้นอย่างนั้นแหละ” โจวหว่านเยว่หัวเราะออกมา น้ำเสียงเจือแววประชดอยู่หน่อย ๆ “ฉันขอรอดูก่อนนะ รู้สึกว่านโยบายให้คนโสดมีลูกต้องเปิดในสักวันแน่ ถึงตอนนั้นฉันจะไปมีลูกเอง แล้วเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว”
“ฉันสนับสนุนนะ เดี๋ยวนี้ชีวิตคู่ที่เหมือนเป็นหม้ายทั้งที่สามียังอยู่มีเยอะจะตาย พึ่งผู้ชายคนเดียวเลี้ยงครอบครัวไม่ไหว สู้มีลูกเองแล้วเลี้ยงเองยังดีกว่า” เจียงอวี่ปิงยกแก้วกาแฟบนโต๊ะขึ้นจิบ
โทรศัพท์สองเครื่องที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นพร้อมกัน
เจียงอวี่ปิงกับโจวหว่านเยว่หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน แล้วกดเข้าไปดู เป็นข้อความจากกลุ่มห้องเรียน