ชั่วขณะที่เสียงของเธอจบลง แววตาของเสิ่นเยี่ยนพลันชะงักค้าง
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเม้มริมฝีปากบางเบา ๆ ลมหายใจหนักอึ้งขึ้นเล็กน้อย เผยความจนใจที่แทบจับต้องไม่ได้
“งั้นเธอตั้งใจเข้าหาฉันเหรอ เจียงหว่าน”
เขาเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ตอนนี้ก็ยิ่งแน่ใจแล้ว
แต่เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวเองก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างเช่นกัน เธอครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งอย่างจริงจัง ก่อนเงยดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มขึ้นมาสบตาเขาตรง ๆ
“ถ้าฉันบอกว่าใช่ นายจะโกรธ แล้วก็... ต่อไปเจอฉันก็จะไม่สนใจฉันอีกเลยหรือเปล่า”
เสิ่นเยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย ยังไม่ทันได้คิดให้ถี่ถ้วน เสียงของเขาก็ตอบออกไปก่อนแล้ว
“ไม่หรอก”
ทันทีที่เขาพูดจบ เจียงหว่านก็หัวเราะเบา ๆ
“งั้นก็ไม่มีอะไรแล้วนี่ แต่ฉันก็แค่ล้อเล่นกับนายเท่านั้นเอง”
พูดจบ เธอก็เสริมขึ้นมาอีกประโยค
“ฉันไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นสักหน่อย”
น้ำเสียงของเธอเนิบช้า ท้ายคำสุดท้ายลากยาวอย่างอ่อนหวานฟังดูบอบบาง ชั่วขณะหนึ่งทำให้คนรู้สึกได้จริง ๆ ว่าเธอช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน
เสิ่นเยี่ยนไม่อาจยืนยันได้เต็มปากว่าเธอบริสุทธิ์ใจหรือไม่ เขาเพียงมองรอยยิ้มที่พร่างพรายอยู่ในดวงตาของเจียงหว่านไม่วางตา แล้วในที่สุดก็รู้ตัวว่าเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ เขามักจะเสียการควบคุมตัวเองไปบ้าง
อารมณ์ผิดปกติเช่นนี้คล้ายขนนกอ่อนนุ่มปัดผ่านหัวใจ ชวนให้คันยุบยิบ
แต่สำหรับเสิ่นเยี่ยนแล้ว สิ่งที่รู้สึกมากกว่ากลับเป็นความทำอะไรไม่ถูก
