ผ่านไปสองวันก็ไม่ได้เจอหน้า เส้าลู่อันจึงนึกถึงเรื่องเกมราชันอย่างแทบจะเป็นสัญชาตญาณ
เดิมทีเจียงหว่านก็คิดอยู่เหมือนกันว่าช่วงสองวันนี้ต้องอยู่บ้านทั้งคู่ ไหน ๆ ก็มีโอกาสแล้ว งั้นฝึกเล่นเกมราชันสักหน่อยดีกว่า เธอจึงตอบไปว่า 【พรุ่งนี้ช่วงกลางวันนะ】
เส้าลู่อันเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที แล้วตอบกลับด้วยข้อความเสียงว่า “ได้สิ เดี๋ยวฉันสอนเธอเอง”
“ถึงตอนนั้นเธอก็เล่นเหยาไปก่อน แล้วตามหลังฉัน ดูว่าฉันเล่นยังไง”
เสียงของชายหนุ่มชวนให้หลงเชื่อไม่ต่างจากหน้าตา ทุ้มต่ำไพเราะ และมีความเย็นชาเฉยเมยติดตัวมาแต่กำเนิด
หางตาของเจียงหว่านยกขึ้นเล็กน้อย เธอตอบกลับด้วยข้อความเสียงเช่นกัน
เส้าลู่อันกดเปิดฟังทันที มุมปากที่เผลอยกขึ้นกลับชะงักค้างเมื่อได้ยินเนื้อหาในข้อความเสียง
“ผิดแล้วลู่อัน นายไม่ใช่จะสอนฉันเหรอ?”
“ต้องเป็นนายเล่นเหยา แล้วตามฉันต้อย ๆ จากนั้นก็เปิดเสียงสอนฉันเล่นสิ ไม่ใช่เหรอ?”
เธอพูดช้า ๆ เสียงนุ่มนวลทอดยาวเอื่อยหวาน ชวนให้คนฟังเผลอทำตามที่เธอต้องการ จนแทบพูดคำปฏิเสธไม่ออก
เส้าลู่อันที่ไม่เคยเล่นฮีโร่เหยาเลยสักครั้งแทบไม่ทันได้ขัดขืน ก็ส่งข้อความตอบกลับด้วยสีหน้าบึ้งตึงเสียแล้ว
【ใช่ ๆ ๆ เธอพูดถูกหมด ฉันตามเธอต้อย ๆ ก็ได้ โอเคไหม】
เจียงหว่านหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบว่าได้ ก่อนจะเปิดหน้าต่างแชตของเซี่ยเหิง
ชายหนุ่มเพิ่งตอบข้อความกลับมา
【เหิง: ดีเลย ช่วงสองวันนี้ฉันค่อนข้างยุ่ง คืนมะรืนตอนเธอไลฟ์ ฉันน่าจะว่างพอดี】
ช่วงนี้ตารางงานของเซี่ยเหิงแน่นเอามาก ๆ สิ่งเดียวที่พอช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ คงเป็นการได้รู้ว่าเจียงหว่านจะไปร่วมงานเทศกาลคูเมา
