หลังส่งข้อความไปแล้ว ปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์ของเส้าลู่อันก็หงิกงอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดราวกับกำลังรอรับการพิพากษาแทบจะโอบล้อมเขาไว้ทั้งตัว
แต่กว่าจะได้รับข้อความจากหญิงสาว ก็ผ่านไปหลายนาทีแล้ว
【ลู่อัน ฉันบอกนายตั้งนานแล้วว่า สำหรับฉัน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของขวัญเลย ฉันแค่อยากให้มีคนชอบฉันเยอะ ๆ นายเข้าใจไหม?】
【ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ ให้สิ่งที่นายต้องการไม่ได้】
ข้อความสุดท้ายเป็นเสียงพูด
เธอพูดว่า “ลู่อัน บางทีนายอาจจะแค่คิดแบบนี้ชั่ววูบก็ได้ ลองใจเย็นลงสักพักเถอะ ช่วงนี้...อย่าเพิ่งเข้ามาดูไลฟ์ของฉันอีก”
น้ำเสียงของหญิงสาวอ่อนหวานนุ่มนวลราวกับกิ่งหลิวพลิ้วไหว ยามวนเวียนอยู่ข้างหูก็ช่างอ่อนโยนชวนให้เคลิบเคลิ้ม แต่ความหมายในคำพูดกลับทำให้แสงในดวงตาสีดำสนิทของเส้าลู่อันพร่าเลือนและแตกสลายลงในพริบตา
หัวใจของเขาราวกับถูกคว้านเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ หนาวเหน็บไปถึงกระดูก
ความหยิ่งทะนงที่ฝังลึกในสายเลือดบอกเส้าลู่อันว่า เขาควรลบช่องทางติดต่อทั้งหมดของหญิงสาวเสีย แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่าไม่รู้ว่าเงียบงันไปนานเท่าไร สุดท้ายเขากลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วพิมพ์ทีละตัวอักษรจนเป็นประโยคหนึ่ง
【ได้ ฉันจะใจเย็น】
เมื่อเทียบกับนิสัยที่ไม่เคยปิดบังความรู้สึกของเขาในอดีต ข้อความนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการยอมอ่อนข้อและประนีประนอม
เจียงหว่านจ้องหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงในที่สุด ปลายนิ้วเรียวขาวแตะปิดหน้าจอเบา ๆ
