“กลับมาแล้วเหรอ”
ยามค่ำ เมื่อฉู่โม่กลับถึงบ้าน ก็ได้ยินเสียงอ่อนหวานไพเราะดังขึ้น
เป็นเฉินซีเวยนั่นเอง
เห็นเธอกำลังยกอาหารมาวางบนโต๊ะ พอเห็นฉู่โม่กลับมาก็รีบเรียกทันที “รีบนั่งสิ กินข้าวได้แล้ว”
ฉู่โม่รับคำ จากนั้นก็ล้างมือแล้วนั่งลงหน้าโต๊ะอาหาร
เฉินซีเวยตักข้าวใส่ชามให้ฉู่โม่ พร้อมกับถามอย่างดูเหมือนไม่ใส่ใจ “ตอนฉันกลับมาไม่เห็นนาย ช่วงนี้ไปไหนมา”
“ฉันจะไปไหนได้ ก็แค่เดินเล่นในฐานที่มั่น หรือไม่ก็ไปอ่านหนังสือที่สถาบัน”
ฉู่โม่พูดพลางยิ้ม
ได้ยินคำตอบเช่นนั้น เฉินซีเวยก็พยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ทั้งสองคนถือชามกินข้าวเงียบ ๆ ไม่มีใครเอ่ยปาก
ชั่วขณะหนึ่ง ภายในบ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบ
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร จู่ ๆ เฉินซีเวยก็เอ่ยขึ้นว่า “การทดสอบล่าสัตว์ดุร้ายที่สถาบันจัดขึ้นครั้งนี้ ฉันถูกผู้ฝึกยุทธจากฐานที่มั่นฉางเฟิงลอบโจมตี บาดเจ็บสาหัส เกือบตายแน่ะ!”
ตอนพูดประโยคนี้ เฉินซีเวยจ้องฉู่โม่เขม็ง ราวกับอยากเห็นว่าเขาจะแสดงพิรุธอะไรออกมาหรือไม่
แต่สิ่งที่ทำให้เธอผิดหวังคือ
ฉู่โม่เพียงเผยสีหน้าประหลาดใจและตกตะลึง ก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วงว่า “แล้วเธอไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ฉันไม่เป็นไร”
เฉินซีเวยมองไม่เห็นความผิดปกติใด ๆ บนใบหน้าของฉู่โม่ จึงยังไม่ยอมถอดใจและพูดต่อว่า “ตอนคับขันมีคนลึกลับปรากฏตัวมาช่วยฉัน แถมยังทิ้งวัสดุสัตว์ดุร้ายไว้ให้ฉันตั้งมากมาย ทำให้ฉันได้อันดับหนึ่งในการทดสอบครั้งนี้!”
