【ผู้เข้าสอบเจียงเจ่า การสอบเกาเข่าครั้งที่ 1222 จะจัดขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม วิชาที่คุณสมัครสอบคือการทดสอบการสร้างจินตภาพทางจิต กรุณาพกสมองแสงของตนเองมาด้วย และมาถึงสนามสอบของโรงเรียนมัธยมปลายซีอวิ๋นให้ตรงเวลาก่อน 9:00 น. ในวันพรุ่งนี้】
เจียงเจ่าจ้องประกาศสอบเกาเข่าบนสมองแสงแล้วอึ้งไปเลย
คำเฉพาะทางแบบนี้ เธอเคยเห็นแค่ครั้งเดียวก่อนสอบเกาเข่า
พรุ่งนี้เหรอ?
สอบเกาเข่า!
พอเห็นข้อความ เจียงเจ่าถึงค่อยนึกเรื่องสอบเกาเข่าขึ้นมาได้จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
สรุปที่คุณย่าซูพูดก่อนหน้านี้ก็คือเรื่องสอบเกาเข่านี่เอง แต่เธอดันนึกไม่ออก คิดไปว่าคุณย่าซูแค่พูดถึงวันเกิดของเธอ
โหเอ๊ย!
ตอนนี้เจียงเจ่าไม่มีอารมณ์กินข้าวแล้ว เดี๋ยวพัสดุเจ้าตัวอ้วนจะเป็นคนรับ เธอต้องรีบไปฝึกในแคปซูลเสมือนจริง ใครไม่เคยอ่านหนังสือโค้งสุดท้ายกันบ้างล่ะ
ถึงจะมั่นใจในวัฒนธรรมฮวาเซี่ยมาก แต่ยังไงก็ไม่เคยลงมือทำจริง อย่างอื่นค่อยว่ากัน อย่างน้อยเธอต้องสร้างภาพจินตนาการออกมาให้ได้ก่อน!
เจียงเจ่าวิ่งกลับห้องอย่างรีบร้อน แล้วล้มตัวลงในแคปซูลเสมือนจริง
ภายในแคปซูล สายข้อมูลหลายเส้นยื่นออกมาเองแล้วเชื่อมต่อเข้ากับร่างกายของเจียงเจ่า เสียงผู้หญิงอ่อนโยนดังขึ้นว่า “เริ่มดึงข้อมูลเบื้องต้น”
ผ่านไป 5 นาที สายข้อมูลที่ยื่นออกมาก็หดกลับไป
เสียงผู้หญิงดังขึ้นอีกครั้ง “ดึงข้อมูลเสร็จสิ้น เริ่มปรับข้อมูลครั้งแรก การปรับข้อมูลครั้งนี้ใช้เวลา 12 ชั่วโมง”
เจียงเจ่า:!!!
ไม่มีใครบอกเธอเลยว่าแคปซูลเสมือนจริงสำหรับใช้ในบ้านต้องปรับข้อมูลครั้งแรกนานขนาดนี้!
12 ชั่วโมง แล้วเธอจะฝึกอะไรได้ล่ะ?
ได้! ได้! ได้!
สอบแบบไม่อ่านหนังสือใช่ไหม? คิดว่าเธอไม่เคยสอบแบบนั้นหรือไง
นี่มันก็เหมือนรู้แต่ทฤษฎี แต่ไม่เคยทำโจทย์สักข้อ แล้วต้องเข้าสอบเกาเข่าจริงเลยไม่ใช่หรือไง?
เจียงเจ่ากังวลจนใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ!
ใช้แคปซูลเสมือนจริงไม่ได้ เจียงเจ่าจึงไม่เสียเวลาอีก รีบทบทวนความรู้ที่เจ้าของร่างเดิมเรียนมาในหัว
เธอตั้งใจว่าจะทบทวนให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเข้าเครือข่ายดวงดาว ไปดูการสร้างจินตภาพในเขตจินตนาการของเหล่าผู้เชี่ยวชาญ
อีกอย่าง สมัยนี้ในอินเทอร์เน็ตมีอะไรให้ดูบ้างล่ะ? หลายคนไลฟ์สดขั้นตอนการสร้างจินตภาพทางจิตบนเครือข่ายดวงดาวกันด้วย
สรุปคือ ขอบคุณเทคโนโลยี!
ตกเย็นเจียงเจ่าก็ยังไม่ได้กินมันเทศกับมันฝรั่งอยู่ดี ทั้งที่ตอนแรกเธอยุ่งแค่ไหนก็ยังคิดจะเข้าครัว แต่เดินไปได้สองก้าวถึงนึกขึ้นได้ว่าบ้านนี้จะมีครัวได้ยังไง น้ำสารอาหารไม่ต้องใช้ครัวสักหน่อย!
เจียงเจ่ากลอกตาพลางกลั้นน้ำตา ดื่มน้ำสารอาหารรสธรรมดาอีกหลอด ก่อนจะกดสั่งซื้อด้วยความโมโห
ยุคดวงดาวแบบนี้ อย่างน้อยต้องมีเตาอบสินะ พรุ่งนี้เช้าเธอต้องได้กินมื้อดี ๆ ก่อนสอบเกาเข่า จะให้ทนดื่มน้ำสารอาหารอีกไม่ได้แล้ว!
สุดท้ายเจียงเจ่าหาร้านหนึ่งแล้วบอกความต้องการไป จ่ายแค่ 100 เหรียญดวงดาวก็ได้เตาอบขนาดใหญ่แบบสารพัดประโยชน์ พร้อมอุปกรณ์ครัวต่าง ๆ มาแล้ว
……
23 กรกฎาคม
เช้าตรู่ เจียงเจ่าตื่นนอน
ยังไงก็เป็นวันสอบเกาเข่า แถมตั้งแต่ทะลุมิติมาเมื่อวานเธอก็ยังไม่ได้ออกจากบ้าน อีกเดี๋ยวก็จะได้ก้าวเข้าสู่โลกดวงดาวนี้จริง ๆ แล้ว จะตื่นเต้นอยู่บ้างก็ไม่แปลก
กลิ่นหอมของมันเทศที่อบไว้ล่วงหน้าลอยอบอวลไปทั่วห้อง เจียงเจ่ารีบหยิบออกมาแทบไม่ไหว เธออยากกินจะแย่แล้ว ในที่สุดก็ได้กินสักที
มันเทศร้อนฉ่าลูกใหญ่ เจียงเจ่าหักออกเป็นสองซีก เนื้อสีเหลืองนุ่มชุ่มฉ่ำเผยออกมา กลิ่นหอมหวานยิ่งเข้มข้นขึ้น
เธอกัดเบา ๆ หนึ่งคำ รสหวานหอมและนุ่มหนึบแผ่ซ่านในปาก ความอิ่มเอมจากอาหารก็เกิดขึ้นในใจ
กินที่บ้านไปครึ่งลูก เจียงเจ่าก็อิ่มแล้ว เธอหยิบถุงมาใส่มันเทศอีกครึ่งลูกที่เหลือ จากนั้นก็หิ้วถุงออกจากบ้าน
เดินออกไปไม่ไกลก็ถึงป้ายรถโดยสาร เจียงเจ่าหิ้วมันเทศตรงไปยังโรงเรียนมัธยมปลายซีอวิ๋น
ตลอดทาง คนบนรถต่างจ้องมันเทศในมือเธอด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
บาปจริง ๆ กลิ่นมันเทศอบอาจจะหอมยั่วใจไปหน่อย แต่เธอต้องเอาไว้กินมื้อกลางวันนี่นา
คนบนรถเองก็สงสัยเหมือนกันว่า ของสีเหลืองในมือเด็กสาวคนนั้นคืออะไร
กลิ่นหอมหวานทำเอาพวกเขาน้ำลายสอไม่หยุด ทั้งที่เพิ่งดื่มน้ำสารอาหารก่อนออกจากบ้านแท้ ๆ
พอรถโดยสารลอยฟ้ามาถึงโรงเรียนมัธยมปลายซีอวิ๋น เจียงเจ่าก็รีบลงจากรถท่ามกลางสายตาร้อนแรงของคนกลุ่มหนึ่ง ถ้าไม่รีบไป มันเทศอบคงโดนจ้องจนทะลุแล้ว
หน้าโรงเรียนมัธยมปลายซีอวิ๋นคึกคักจอแจ รถลอยฟ้าและผู้ปกครองที่มาส่งลูกเข้าสอบวิ่งเข้าออกกันขวักไขว่ ทุกคนถูกกันไว้ด้านนอกแนวกั้นรักษาความปลอดภัย
เจียงเจ่าสแกนสมองแสงที่ทางเข้าเพื่อยืนยันตัวตนแล้วเข้าโรงเรียน จากนั้นเดินตามคำแนะนำไปยังสนามสอบนักสร้างจินตภาพทางจิต
สนามสอบยังไม่เปิดให้เข้า ด้านหน้ามีผู้เข้าสอบยืนรอกันอยู่เต็มไปหมด
เจียงเจ่าไปยืนตรงจุดร่ม ๆ ฟังเสียงคนรอบข้างคุยกัน
“ปีนี้ข้อสอบเกาเข่าปรับรูปแบบใหม่ ข้อสอบจะยากเป็นพิเศษไหมนะ?”
“แน่นอนสิ! สอบเกาเข่ามาตั้งกี่ปีแล้ว ทำไมต้องเป็นพวกเราที่ดวงซวยเจอการปรับรูปแบบด้วยนะ?”
“ปีนี้การทดสอบระดับพลังจิตก็เปลี่ยนมาเป็นเนื้อหาสอบเกาเข่าแล้วด้วย เมื่อก่อนต้องเข้ามหาวิทยาลัยก่อนถึงจะได้ทดสอบ”
“ทำแบบนี้แล้วพวกที่คะแนนดีแต่พรสวรรค์ไม่ไหวจะทำยังไง? เมื่อก่อนมหาวิทยาลัยรับคนจากคะแนนสอบอย่างเดียว แต่ตอนนี้……”
เจียงเจ่าได้ยินประโยคนั้น แววตาก็มืดลงเล็กน้อย จู่ ๆ ยุคดวงดาวก็ให้ความสำคัญกับพรสวรรค์ขนาดนี้ ต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่เปลี่ยนระบบสอบเกาเข่ากะทันหัน
รายการแรกหลังเริ่มสอบคือการทดสอบระดับพลังจิต จากนั้นถึงเป็นการสอบสร้างจินตภาพทางจิตและการสอบสร้างแบบจำลองการต่อสู้
ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่ดังแว่วมาเป็นระยะ ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าห้องสอบ ผู้เข้าสอบทยอยเข้าไปด้านใน
พอถึง 9 โมง ห้องไลฟ์สดการสอบเกาเข่าก็เปิดทันที ผู้ชมที่รออยู่นานแห่กันเข้ามา
“มาแล้ว ๆ ในที่สุดก็เปิดสักที”
“ได้ยินว่าปีนี้จะทดสอบพรสวรรค์ตอนสอบเกาเข่าเลยเหรอ?”
“กว่าจะเบียดเข้ามาได้ เน็ตค้างขนาดนี้ บริษัทเครือข่ายดวงดาวทำอะไรกันอยู่?”
“เกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ห้องไลฟ์แยกของผู้เข้าสอบแต่ละคนเหรอ ต้องรอทดสอบพรสวรรค์เสร็จก่อนถึงจะแยกห้องใช่ไหม?”
เมื่อห้องไลฟ์สดเริ่มขึ้น อาจารย์คุมสอบในสนามสอบก็เริ่มทดสอบระดับพลังจิต
ระดับพลังจิตบ่งบอกถึงระดับสูงสุดที่พลังจิตของคนคนหนึ่งจะพัฒนาไปถึงได้ในอนาคต
การทดสอบระดับพลังจิตใช้เครื่องทดสอบที่ทำจากวัสดุพิเศษ เพื่อแสดงพลังจิตที่ปกติไร้รูปร่างและไร้สีออกมาเป็นสีต่าง ๆ โดยแต่ละสีจะตรงกับระดับพรสวรรค์ที่แตกต่างกัน
ระดับสูงสุดคือสีขาวระดับเอสเอสเอส ถัดลงมาคือสีทองระดับเอสเอส สีชมพูระดับเอส สีม่วงระดับเอ สีฟ้าระดับบี สีเขียวระดับซี สีเหลืองระดับดี สีส้มระดับอี และสุดท้ายคือสีแดงระดับเอฟ
หลังอธิบายคร่าว ๆ เสร็จ อาจารย์ก็เรียกผู้เข้าสอบขึ้นมาทดสอบทีละคนตามหมายเลขสอบ
ตอนนี้ในห้องไลฟ์สดกำลังคึกคัก
“ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีอัจฉริยะโผล่มาสักกี่คน เหมือนรุ่นของฟู่เยี่ยนฉือกับพวกเขาไหม?”
“คนข้างบนฝันกลางวันอยู่หรือไง?”
“พูดเล่นหรือไง? อัจฉริยะแบบฟู่เยี่ยนฉือมีอยู่สักกี่คนทั้งยุคดวงดาว?”
“ปีนี้มีเด็กจากหลายตระกูลในดาวศูนย์กลางเข้าสอบเกาเข่านะ”
ผู้ชมบนเครือข่ายดวงดาวคุยกันสนุกปาก แต่ก็ยังไม่ลืมจับตาดูสถานการณ์ในสนามสอบ
เจียงเจ่ากำลังใจลอยอยู่ในห้องสอบ
พอเห็นเพื่อนร่วมสอบทยอยขึ้นไปทดสอบ เธอถึงได้รู้ว่าคนส่วนใหญ่ในสนามสอบของพวกเธอมีพรสวรรค์ระดับบีและซี มีแค่คนเดียวที่ทดสอบได้พรสวรรค์ระดับเอ สีม่วง
ใบหน้าเหี่ยวย่นของอาจารย์คุมสอบคลายลงทันที ยิ้มเสียจนดูชื่นมื่น
ทุกคนมีพรสวรรค์แค่ระดับบีหรือซี ส่วนระดับพลังจิตในตอนนี้ก็มีตั้งแต่ดี อี ไปจนถึงเอฟ แบบปะปนกันไปหมด อย่างนั้นพลังจิตระดับซีของเธอก็ถือว่าเก่งแล้วหรือ?
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดของสนามสอบซีอวิ๋นเองก็ดีใจกันมาก การปรากฏตัวของผู้มีพรสวรรค์ระดับเอทำให้ชาวดาวเทียนตงจำนวนไม่น้อยโผล่มาคุยกัน
“แถวบ้านเราส่วนใหญ่มีพรสวรรค์ระดับบีกับซี เมื่อไหร่ดาวเทียนตงของเราจะมีคนระดับเอสสักคนบ้างนะ ทรัพยากรการศึกษาจะได้เพิ่มขึ้นอีกเยอะ”
“พอใจเถอะ แถวนี้มีคนพรสวรรค์ระดับเอสักคนก็เก่งมากแล้ว อนาคตสดใสแน่”
“ใช่แล้ว มีโอกาสลุ้นเข้าโรงเรียนทหารใหญ่ 6 แห่งเลย เอ่อ ไม่สิ 5 แห่งต่างหาก!”
“ขำจะตาย ไม่รู้สำนักเสินอวี้จะหยิ่งอะไรนักหนา ถ้าไม่มีฟู่เยี่ยนฉือ คงหลุดจาก 3 อันดับแรกไปนานแล้ว”
……
ในสนามสอบ เพื่อนร่วมสอบที่อยู่ก่อนหน้าเจียงเจ่าทดสอบเสร็จแล้ว
อาจารย์คุมสอบเงยหน้าขึ้นเรียก “คนต่อไป เจียงเจ่า หมายเลขสอบ 12227231028”
เจียงเจ่าเดินขึ้นไปอย่างสงบนิ่ง ตามคำแนะนำแล้วนำสมองแสงไปสแกนบนเครื่องทดสอบ
จากนั้นอาจารย์คุมสอบก็เตือนว่า “วางมือลงบนหน้าจอของเครื่องทดสอบ แล้วปล่อยพลังจิตออกมา”
เจียงเจ่ายกมือตามคำบอก พอขยับจิต พลังจิตก็ไหลออกจากฝ่ามือ เครื่องทดสอบที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเริ่มเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว
