เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนที่ผ่านไปมาดังเกินไป หลังจากหงโต้วจัดแจงให้พวกขอทานน้อยเรียบร้อยแล้ว นางจึงรีบมาที่ร้าน
เมื่อได้ยินผู้คนใส่ร้ายเหราซย่าเหอเช่นนั้น นางก็รู้สึกอัดอั้นใจยิ่ง “พวกเขาอาศัยอะไรมาว่าร้ายคุณหนู!”
เหราซย่าเหอมองหงโต้วอย่างปลอบโยน “ใจเย็นก่อน ดูข้าเถิด”
แม้ว่าสตรีผู้นี้จะนำคำวิพากษ์วิจารณ์มามากมาย แต่ก็ยังดีกว่าประตูร้านเงียบเหงาไร้ผู้คน ชื่อเสียก็ยังเป็นชื่อเสียงนี่นา!
หงโต้วนั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างว่าง่าย ในเมื่อคุณหนูกล่าวเช่นนี้ นางก็ไม่สะดวกโต้แย้งมากนัก
เหราซย่าเหอเท้าคาง มองสตรีผู้นั้นอย่างสงบนิ่งและวางท่า
“เจ้าคือแม่นางเจียงอวิ๋น เป็นชาวเจียงหนาน อายุยี่สิบปี บิดามารดาเคยเป็นพ่อค้ามั่งคั่งแห่งเจียงหนาน ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยขัดสนเรื่องกินอยู่ ใช่หรือไม่?”
สตรีผู้นั้นตะลึงงัน ผู้นี้สามารถคาดเดาฐานะของนางได้ง่ายดายเพียงนี้ หรือจะมีความสามารถจริง ๆ?
ทว่าผู้คนที่ผ่านไปมากลับไม่เชื่อ พวกเขาขมวดคิ้วกล่าว “สตรีผู้นี้ดูเหมือนอายุสี่สิบกว่า เหตุใดจึงจะอายุเพียงยี่สิบปี! เจ้าหมอดูคนนี้ ช่างพูดจาเหลวไหลไร้สาระจริงหนอ! เพื่อเงินทอง วาจาดี ๆ ล้วนถูกเจ้ากล่าวหมดแล้วสินะ!”
เหราซย่าเหอไม่สนใจผู้คน มองเพียงเจียงอวิ๋นแล้วกล่าวต่อไป
“เมื่ออายุสิบเจ็ดปี เจ้าช่วยชีวิตสามีที่สูญเสียความทรงจำระหว่างไปสอบ เก็บตัวเขาไว้ในจวน ต่อมาพวกเจ้าผูกพันรักใคร่กัน ดังนั้นเขาจึงเป็นบุตรเขยเข้าสกุลเจียง ใช่หรือไม่?”
น้ำตาในดวงตาของเจียงอวิ๋นไหลร่วงลงมา “สิ่งที่เจ้ากล่าวไม่ผิด เป็นเช่นนี้จริง ต้องเป็นเพราะดวงชะตาของข้าไม่ดี ข้าจึงได้ทำให้บิดามารดาต้องตาย”
