ซ่งหย่วนเหิงวิ่งซวนเซกลับมายังสำนักป๋อเสวีย พอเข้าประตูไปก็ขังตัวเองไว้ในห้อง ตัวสั่นไม่หยุด ราวกับถูกอะไรทำให้ตกใจกลัว
ทราบข่าว ฮูหยินใหญ่มาดู แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เคาะประตูไม่เปิด หมดหนทาง ได้แต่ให้คนรับใช้เตรียมทลายประตูเข้าไป
ตอนทุกคนกำลังจะทลายประตู ซ่งหย่วนเหิงพลันเปิดประตูห้อง แต่ว่าท่าทางดูสลบมอมแมมอย่างมาก
ฮูหยินใหญ่เห็นสภาพเขาแล้วก็อดปวดใจไม่ได้ “เป็นอะไรไป ออกไปทีเดียวกลับมากลายเป็นท่าทางน่าสยดสยองเยี่ยงนี้?”
“ไปเชิญหมอมาเร็ว!”
“ไม่ต้อง!”
สิ้นเสียง ซ่งหย่วนเหิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใต้ตาคล้ำช้ำเขียว ใบหน้าปราศจากสีเลือด ฮูหยินใหญ่ตกใจ แต่จนใจที่ตนเองก็เอาโอรสผู้นี้ไม่ลง
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร ท่านกลับไปเถิด”
“ข้าพักสักหน่อยก็ดีขึ้นเอง”
ว่าแล้วซ่งหย่วนเหิงก็ปิดประตูห้องอีกครั้ง ไม่สนใจคนข้างนอกอีก
จนจนใจ ฮูหยินใหญ่ได้แต่สั่งให้คนคอยจับตาดูไว้ให้มากหน่อย แล้วตนจึงกลับไปยังเรือนของตน
หลังจากผู้คนจากไป ซ่งหย่วนเหิงนั่งแต่ลำพังในห้องหนังสือ มองภาพวาดตรงหน้าเนิ่นนาน
คนที่อยู่ในภาพวาดนี้ไม่ใช่ใครอื่น คือเซี่ยซูหยง
คนในภาพเหมือนมีชีวิตจริง ราวกับเซี่ยซูหยงเดินเข้าไปในภาพ นั่งบนก้อนหินผืนหนึ่ง ด้านหลังเป็นทะเลดอกไม้แย้มบานงดงาม ยิ่งขับให้นางงามเจิดจรัสมีเสน่ห์
ซ่งหย่วนเหิงจ้องภาพวาดอยู่นาน ค่อยๆใจลอยไป ครู่หนึ่งผ่านไป ใบหน้าเขาเริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาเผยความโลภมากยิ่งกว่าเดิม
