เสียงไอที่ดังขึ้นกะทันหันทำช่างแต่งหน้าสะดุ้ง เธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าภายในห้องยังมีคนอยู่อีกคน
“ขอโทษค่ะ คุณลู่ ฉันพูดไปเรื่อยน่ะค่ะ”
“...ไม่เป็นไร ผมออกไปก่อนนะ พวกคุณจัดการเสร็จแล้วค่อยเรียกผม”
ลู่สือเจ๋อฉวยโอกาสเอ่ยขอตัวออกไป จนกระทั่งพ้นจากห้อง เขาถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก โชคดีที่ไม่ได้ฟังต่อ
แต่ไม่นานลู่สือเจ๋อก็พบว่า ถึงเขาจะออกมาแล้ว ภาพเมื่อครู่กับคำพูดของช่างแต่งหน้าก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไป
ทรวงอกอวบอิ่มที่ถูกประคองไว้สั่นไหวเล็กน้อย ผิวขาวราวหิมะยังมีรอยแดงชวนให้ใจหาย ส่วนเอวก็เผยให้เห็นรำไร...
จู่ ๆ ลู่สือเจ๋อก็อยากสูบบุหรี่ขึ้นมา
เขาหยิบบุหรี่ออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้วทั้งสอง แต่ไม่ได้คิดจะจุดมันเลยสักนิด สมกับที่คนภายนอกมองว่าในชีวิตประจำวันเขาเป็นคนรู้จักยับยั้งชั่งใจอย่างยิ่ง
ลู่สือเจ๋อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หวังจะหาอะไรดูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ระหว่างรอช่างแต่งหน้าข้างในจัดการธุระเสร็จแล้วเรียกให้เขาเข้าไป ทว่าในตอนที่เลื่อนดูคลิปสั้น ๆ ภาพหนึ่งกลับปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน
หญิงสาวในภาพอยู่ในสถานที่ซึ่งมีแสงไฟสลัว เธอใช้สองมือยันผนัง แผ่นหลังขาวเนียนเผยออกมาให้เห็น ท่วงท่าทำให้เอวคอดบิดเป็นส่วนโค้ง ราวกับกำลังยั่วยวนทุกคนที่ได้เห็นภาพนี้โดยไร้เสียง
เสียงผู้หญิงพึมพำร้องเพลงคลออยู่เบื้องหลัง ยิ่งเพิ่มบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกบางอย่างซึ่งยากจะอธิบายให้กับภาพนี้
บุหรี่ในมือลู่สือเจ๋อถูกเขาบีบจนเสียรูป สายตาจับจ้องภาพนั้นอยู่นานอย่างไม่คิดปิดบัง
เอวสวยมาก ไม่เพียงคอดบางและขาวผ่อง ยังมีลักยิ้มข้างเอวที่ทำให้ไฟปรารถนาในตัวเขาพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย
ลู่สือเจ๋อเองก็เคยผ่านช่วงวัยรุ่น เขาเคยจินตนาการว่าคนรักในอนาคตจะมีเอวที่ทำให้เขาหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
แต่เรื่องแบบนั้นช่างหาได้ยาก ต่อให้เป็นวงการบันเทิงที่มีสาวงามอยู่มากมาย เขาก็ยังไม่เคยพบเอวคอดที่ทำให้เขาตกหลุมรักได้
แต่คนที่เห็นวันนี้...ลู่สือเจ๋อกลืนน้ำลาย ปลายนิ้วเลื่อนขึ้นไปกดเข้าโปรไฟล์รูปสีดำสนิทนั้น
สตรีมเมอร์ที่ใช้ชื่อว่า【เหยียน】เป็นหน้าใหม่ ภาพนี้เป็นผลงานล่าสุดที่เธอเพิ่งโพสต์เมื่อคืน ลู่สือเจ๋อไม่อาจสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากบัญชีนี้ได้
พอรู้ตัวอีกที ลู่สือเจ๋อก็กดติดตาม【เหยียน】ไปแล้ว เขาใช้บัญชีรองดูคลิปมาตลอด จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนเจตนาไม่ดีสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของบัญชีนี้
“สือเจ๋อ!”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงสดใสก็ดังมาจากไม่ไกล ลู่สือเจ๋อเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเวินเหยาหยากำลังโบกมือให้เขาอยู่
“ฉันมาหาคุณ แล้วทำไมมายืนอยู่ข้างนอกล่ะ?”
เวินเหยาหยาถืออาหารเช้ามาหลายอย่าง เธอถามอย่างสงสัย พลางทำท่าจะผลักประตูห้องแต่งหน้าเข้าไป
“เดี๋ยวก่อน!”
ลู่สือเจ๋อไวกว่า เขาคว้าข้อมือเวินเหยาหยาไว้ ไม่ปล่อยให้เธอเข้าไป
“ปิดกล้องก่อน ผมไม่ชอบ”
ลู่สือเจ๋อขมวดคิ้วน้อย ๆ แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน แน่นอนว่าเขารู้ว่าเวินเหยาหยาใช้เขาเรียกยอดคนดู แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่เขาจะอารมณ์ดีพอให้ออกกล้อง
ยิ่งตอนนี้ผู้ช่วยคนใหม่ของเขาเพิ่งบาดเจ็บ แถมยังสวมเสื้อผ้าของเขาอยู่ ถ้าเวินเหยาหยาถ่ายคลิปแล้วโพสต์ออกไป ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเหยียนจือต้องถูกคนรุมตำหนิแน่
“แต่ว่า...”
สีหน้าเวินเหยาหยาชะงัก เธอมองลู่สือเจ๋ออย่างไม่เต็มใจ หากถ่ายคลิปไม่ได้ แล้วเธอจะมาที่นี่ให้เสียเที่ยวทำไม?
แววตาของลู่สือเจ๋อยังคงสงบนิ่ง แต่แฝงความหมายที่ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง เวินเหยาหยาสบตาเขาอยู่สองวินาที ก่อนจะเป็นฝ่ายยอมถอยในใจ
“คุณลู่ พวกเราจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ”
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด ช่างแต่งหน้าก็เปิดประตูออกมา พอเห็นเหตุการณ์ด้านนอก เสียงของเธอก็ค่อย ๆ เบาลง
“ครับ”
ลู่สือเจ๋อปล่อยมือจากเวินเหยาหยา ส่วนเวินเหยาหยาก็ปิดกล้องเงียบ ๆ จากนั้นจึงเดินตามลู่สือเจ๋อเข้าไปในห้องแต่งหน้า เธอรู้ดีว่าการกินมื้อเดียวให้อิ่ม กับการมีอาหารกินทุกมื้อนั้นเป็นคนละเรื่องกัน
“คุณลู่”
เหยียนจือสวมเสื้อผ้าของลู่สือเจ๋ออยู่ บาดแผลถูกผ้าปิดบังจนมองไม่เห็นสภาพ เขาเหลือบมองเพียงแวบเดียวแล้วก็เบนสายตากลับ
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วค่ะ ขอบคุณคุณลู่ที่ให้ยืมเสื้อนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปซื้อเสื้อตัวใหม่มาเปลี่ยนค่ะ”
เหยียนจือเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ลู่สือเจ๋อ เขาอุตส่าห์ใจดีให้เธอยืมเสื้อ เธอจะสวมมันต่อไปโดยไม่รู้จักประมาณตนไม่ได้ หากคนอื่นเห็นเข้า คงคิดว่าเธอมีเจตนาแอบแฝง
ข่าวลือที่คนพูดกันมากเข้าก็อาจกลายเป็นเรื่องจริงได้ ลู่สือเจ๋อเองก็อาจคิดมากขึ้นมาเหมือนกัน
บทสนทนาสั้น ๆ ของทั้งสองทำให้เวินเหยาหยาพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ แต่เธอคิดว่าเหยียนจือซุ่มซ่ามทำตัวเองบาดเจ็บ แล้วยังต้องให้ลู่สือเจ๋อคอยตามเช็ดตามล้างให้
ถึงขั้นทำให้เธอถ่ายคลิปไม่ได้ด้วย!
เวินเหยาหยาคิดแล้วก็เริ่มเกลียดเหยียนจือขึ้นมา อาศัยช่วงที่เหยียนจือออกไปซื้อเสื้อผ้า เธอเดินไปกระซิบข้างกายลู่สือเจ๋อ
“สือเจ๋อ ผู้ช่วยคนใหม่คนนั้นซุ่มซ่ามจะตาย ให้เธออยู่ข้างคุณแล้วจะทำงานไหวจริงเหรอ?”
“ฉันแค่เป็นห่วงว่าเดี๋ยวเธอจะทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วย”
เวินเหยาหยาทำท่าราวกับเป็นห่วงลู่สือเจ๋อ แต่เขารู้ดีว่าเรื่องวันนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร พอได้ยินคำพูดของเธอ สีหน้าเขาก็ไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
“ไม่หรอก คุณคิดมากไปแล้ว เหยียนจือทำงานคล่องแคล่ว ผมใช้เธอแล้วถนัดดี”
นั่นหมายความว่าเขาไม่ยอมเปลี่ยนผู้ช่วย เวินเหยาหหยากัดฟัน ความเกลียดชังที่มีต่อเหยียนจือยิ่งเพิ่มขึ้น
ตอนเหยียนจือกลับมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ ลู่สือเจ๋อก็แต่งหน้าแต่งตัวเสร็จและเตรียมไปกองถ่ายแล้ว ในฐานะผู้ช่วยของเขา เหยียนจือย่อมต้องตามไปด้วย แต่ก่อนจะออกไป ช่างแต่งหน้ากลับดึงเธอไว้
“เพื่อนสมัยเด็กของคุณลู่คนนั้นดูเหมือนจะไม่ชอบคุณนะ เมื่อกี้ฉันได้ยินเธอพูดถึงคุณในทางไม่ดีกับคุณลู่ด้วย”
เหยียนจือได้ยินแล้วแววตาก็ไหววูบ เธอหันกลับไปยิ้มให้ช่างแต่งหน้า
“ขอบคุณที่บอกฉันนะคะ ฉันทราบแล้วค่ะ”
พูดจบเหยียนจือก็วิ่งเหยาะ ๆ ไปหาลู่สือเจ๋อ วินาทีถัดมาก็สัมผัสได้ถึงสายตาเปี่ยมเจตนาร้ายที่จับจ้องมาจากด้านหลัง
เหยียนจือหันไปมองอย่างงุนงง แล้วก็เห็นเวินเหยาหยาเปลี่ยนสีหน้าในพริบตา กลับไปทำท่าทางร่าเริงสดใสเหมือนเดิม
เหยียนจือเองก็ยิ้มตาหยี ซ่อนแววหยอกเย้าในดวงตาไว้อย่างมิดชิด เวินเหยาหยาแย่งชิงพลังบำเพ็ญของเธอไป ตอนนี้เธอก็จะแย่งชิงวาสนาเซียนของอีกฝ่ายกลับคืนมา ระหว่างพวกเธอสองคน ย่อมต้องเป็นคู่ที่เกื้อหนุนและข่มกันเอง
ลู่สือเจ๋อถ่ายทำอยู่ในกองถ่าย ส่วนเหยียนจือจัดข้าวของอยู่ข้าง ๆ พลางคอยสังเกตทางเขาอยู่ตลอด เพื่อให้แน่ใจว่าจะเติมแป้งให้ชายหนุ่มได้อย่างแม่นยำ
“เหยียนจือใช่ไหม?”
ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู เหยียนจือหันไปมอง เวินเหยาหยาไม่รู้มาตั้งแต่มาได้นั่งอยู่ข้างเธอแล้ว
“ไปซื้อเครื่องดื่มรสพีชมาให้ฉันขวดหนึ่ง”
เวินเหยาหยาสั่งด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง ในความคิดของเธอ ผู้ช่วยของลู่สือเจ๋อก็คือผู้ช่วยของเธอด้วย อย่างไรเสียตัวเธอก็เป็นว่าที่คุณนายลู่ในอนาคต
“แต่ว่าทางคุณลู่...”
เหยียนจือทำท่าลังเล แต่เวินเหยาหยาก็ยืนกรานให้เธอไปซื้อ
“บอกให้ไปก็ไปสิ จะพูดมากทำไม”
พูดแล้วเวินเหยาหยาก็ยังไม่ลืมกำชับ
“จำไว้ว่าต้องเป็นน้ำพีชนะ ฉันชอบน้ำพีชที่สุด!”
