“มีธุระอะไรกับฉันเหรอ?”
จี้ถิงโจวไม่ทันสังเกตเลยว่า เวลาคุยกับน้องสาวของคู่หมั้น เขากลับใช้น้ำเสียงสบาย ๆ และดูสนิทสนม แต่พออยู่ต่อหน้าคู่หมั้นตัวจริง กลับมีความห่างเหินเหมือนกำลังติดต่อธุระงาน
เหยียนลี่อวิ๋นไม่ได้ใส่ใจกับความห่างเหินในน้ำเสียงของคู่หมั้น มือหนึ่งถือโทรศัพท์ ขณะที่สายตายังคงจับจ้องเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
“อีกสองวันจะมีงานเลี้ยง คุณต้องไปกับฉัน งานเลี้ยงของนายท่านตระกูลฉี ครอบครัวเราสองตระกูลมีเรื่องร่วมมือกัน ต้องให้เขาช่วยเชื่อมสัมพันธ์ให้”
เหยียนลี่อวิ๋นเองก็ไม่อยากโทรหาจี้ถิงโจวกะทันหัน แต่เธอมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับเขาจริง ๆ
“อีกสองวันฉันจะไปรับคุณ”
จี้ถิงโจวไม่คิดว่าเหยียนลี่อวิ๋นจะเป็นฝ่ายบอกเรื่องนี้กับเขาก่อน ถึงวันนี้คู่หมั้นจะไม่โทรมา เขาก็คงติดต่อไปหาเธออยู่ดี
เหยียนจืออยู่ใกล้มาก จึงได้ยินเนื้อหาส่วนใหญ่จากปลายสาย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว หลังชายหนุ่มวางสาย เด็กสาวก็กลอกตาแล้วโน้มตัวเข้าไปหาเขาอีกครั้ง
“พี่เขย ฉันนวดมานานขนาดนี้แล้ว พอหรือยังคะ?”
จี้ถิงโจวอดขำไม่ได้ เหยียนจือเพิ่งนวดไปไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำก็เริ่มบ่นเสียแล้ว แต่เด็กสาวคนนี้บอบบางเอาแต่ใจจริง ๆ นวดได้นานขนาดนี้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
จี้ถิงโจวคิดเช่นนั้น สีหน้าก็ยังคงสุขุม เพียงส่งเสียงอืมเบา ๆ เป็นสัญญาณให้เหยียนจือหยุดมือได้
