เมื่อมารดาเหยียนได้ยินข่าวก็ลนลานจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนบิดาเหยียนกลับสงบนิ่งกว่าเธอมาก
ลูกสาวคนเล็กเติบโตจนสามารถรับผิดชอบทุกอย่างได้ด้วยตัวเองแล้ว ขอเพียงพวกเขาตั้งใจอบรมสั่งสอน ก็ไม่ต้องกังวลว่าต่อไปจะไม่มีใครสืบทอดกิจการของตระกูล
ส่วนเรื่องของลูกสาวคนโต หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน บิดาเหยียนก็ขอคำมั่นจากเหยียนจือในงานแต่งงาน
“ลี่อวิ๋นยังไงก็เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของลูก ตอนนี้สภาพจิตใจไม่ค่อยดี ต้องเข้ารับการรักษาในสถานพักฟื้น จือจือ ลูกจะรับปากพ่อได้ไหมว่า ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะไม่ตัดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของพี่สาว”
เหยียนจือสวมชุดเจ้าสาว มองบิดาที่ตั้งใจมาหาเพื่อคุยเรื่องนี้ก่อนพิธีจะเริ่ม โดยไม่ได้รู้สึกโกรธเลย
แค่จ่ายเงินเลี้ยงเหยียนลี่อวิ๋นไว้เท่านั้นเอง จะเป็นอะไรไป ในเมื่อทุกอย่างของอีกฝ่ายถูกแย่งมาอยู่ในมือเธอหมดแล้วไม่ใช่หรือ
“หนูรับปากค่ะพ่อ”
สีหน้าของบิดาเหยียนอ่อนโยนลง ส่วนมารดาเหยียนที่แอบฟังอยู่ด้านนอกก็โล่งอกไปด้วย งานแต่งงานของเหยียนจือกับจี้ถิงโจวดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้เหยียนลี่อวิ๋นจะอยู่ไกลถึงต่างประเทศ แต่เมื่อได้รับข่าวนี้ เธอก็กลับคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง
เหยียนจือได้รับความรักและการเอาอกเอาใจจากจี้ถิงโจวไปตลอดชีวิต เมื่อถึงวาระสุดท้าย เธอก็ถอดจิตวิญญาณออกอย่างไม่ลังเล แล้วตาม ‘เหยียนลี่อวิ๋น’ ไปยังโลกใบเล็กแห่งถัดไป
เหยียนจือเพิ่งได้สติ ก็รู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้ง เธอยกมือแตะหน้าผากที่ร้อนผ่าว แล้วพบว่าร่างนี้กำลังเป็นไข้
