“จือจือกลับมาแล้ว”
พอเหยียนจือเข้าบ้าน ก็เห็นพ่อกับแม่นั่งอยู่บนโซฟาทันที สีหน้าของทั้งคู่ไม่ค่อยดีนัก แต่เมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กกลับมา ก็ยังฝืนยิ้มให้
“พ่อคะ แม่คะ หนูเอาผลไม้ที่ชอบที่สุดมาฝาก ลองชิมดูนะคะว่าอร่อยไหม”
เหยียนจือวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปเปิดกล่องผลไม้หั่นสด หยิบไม้จิ้มผลไม้ขึ้นมาเสียบผลไม้คนละชิ้นป้อนให้พ่อกับแม่
“แม่คะ หนูจะเล่าให้ฟังนะ สัปดาห์นี้ผู้ช่วยของพี่ชายชมหนูด้วย...”
เหยียนจือไม่ได้ถามเรื่องเหยียนลี่อวิ๋นตั้งแต่แรก เพียงคล้องแขนแม่ไว้ พลางยิ้มหวานเล่าเรื่องราวในชีวิตช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
หัวใจหนักอึ้งของพ่อกับแม่เบาลงไม่น้อย เมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กเป็นเช่นนี้ ทั้งคู่ก็รู้สึกปลื้มใจและละอายใจไปพร้อมกัน
ทั้งที่ลูกสาวคนเล็กเติบโตมาท่ามกลางการทะนุถนอมของพวกเขาแท้ ๆ แต่กลับรู้ความและเฉลียวฉลาดกว่าลูกสาวคนโตมาก ดูท่าการตัดสินใจที่พวกเขาวางไว้ตั้งแต่แรกจะผิดจริง ๆ
“จือจือ พี่สาวของหนูไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ช่วงนี้คงยังไม่กลับมา”
“ทำไมคะ พี่สาวทำให้พ่อกับแม่โกรธหรือเปล่า”
รอยยิ้มของเหยียนจือชะงักไป เธอถามอย่างระมัดระวัง พอแม่เห็นเช่นนั้นก็โอบลูกสาวเข้ามากอด
“พี่สาวของหนูถูกเพื่อนที่อยู่ข้างกายชักนำไปในทางที่ไม่ดี แม่อยากให้เธอเปลี่ยนสภาพแวดล้อม แล้วลองคิดทบทวนสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้ให้ดี”
แม่ไม่ได้พูดชัด ๆ ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเรื่องอะไรขึ้นในบ้าน เหยียนจือจึงทำเหมือนไม่รู้ แล้วรับปากอย่างว่าง่าย
