วันนี้ย่านชานเมืองคึกคักเป็นพิเศษ
หลายบ้านเปิดไฟ ผู้คนชะโงกมองลงมาผ่านหน้าต่างกระจกสีฟ้าขุ่นแคบ ๆ
แสงไฟถนนที่คลุมด้วยฝุ่นบาง ๆ ดูสลัวเป็นพิเศษ แต่รถสีดำที่จอดเงียบ ๆ อย่างไม่สะดุดตาตรงหัวมุมกลับดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง
รถระดับนี้มาปรากฏในที่แบบนี้นับว่าแปลกแล้ว แต่ที่แปลกยิ่งกว่าคือ พวกเขากลับเห็นคนคุ้นหน้าสองคนยืนอยู่ข้างรถ
เป็นคู่สามีภรรยาที่ไม่เอาการเอางานคู่นั้น
พวกเขาถือว่ามีชื่อเสียงอยู่ในละแวกนี้
บ้านนี้มีทั้งลูกชายลูกสาว แต่ไม่มีงานทำ ปกติอาศัยโกงไพ่ในบ่อนำเงินมาเลี้ยงชีพ หลอกคนแถวนั้นจนทั่ว พอไม่มีใครยอมเล่นด้วยอีกก็ได้แต่พึ่งเงินช่วยเหลือที่ลูกสาวได้รับจากโรงเรียนคนรวยประทังชีวิต ยากจนจนไม่มีแม้แต่น้ำข้าวในหม้อ ผู้หญิงก็ออกไปล้างจานเก็บขวด ส่วนผู้ชายไปเป็นเด็กกดสถานีรถไฟใต้ดิน แต่ที่ทำบ่อยกว่าคือไปดักอยู่ตรงทางแยก คอยดูจังหวะแล้วล้มลงใต้ล้อรถ แบบนั้นได้เงินเร็วกว่า ทว่าก็ใช้จ่ายอย่างไม่รู้จักยั้ง ได้เงินมาก็เอาไปเล่นเกมกับพนันในวงล้อ ชีวิตยากจนข้นแค้นอย่างที่สุด
ยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้...
ยากจนจนลูกสาวต้องเก็บขวดหาเงิน
แต่ลูกชายที่พวกเขาทะนุถนอมราวกับแก้วตากลับได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว ถูกเลี้ยงดูราวกับคุณชายตัวน้อย
ตอนนี้คุณชายตัวน้อยกำลังยืนกอดถุงของด้วยท่าทีไม่เต็มใจอยู่ข้างพ่อแม่ มองใบหน้าของทั้งคู่ที่ยิ้มแย้มราวกับดอกไม้บาน
วันนี้คุณชายตัวน้อยพาเด็กสาวที่แอบชอบกลับบ้านมากินข้าว พอดีช่วงนี้ที่บ้านมีเงินขึ้นมาเลยปรับปรุงใหม่จนดูเปลี่ยนไปมาก เขาจึงตั้งใจจะอวดให้เต็มที่
แต่วันนี้กลับมาได้ไม่ทันไร ก็มาเจอพี่สาวกับพี่เขยในอนาคตเข้าเสียก่อน
พี่เขยเป็นคุณชายตัวจริง ถึงตอนนี้จะยังไม่เผยหน้าให้เห็นสักครั้ง แต่ขบวนรถหรูและคนรับใช้ที่ติดตามมาก็ดึงดูดความสนใจของเพื่อนนักเรียนหญิงที่เขาแอบชอบได้ทันที
เด็กสาวเหลือบมองกระจกรถเป็นระยะ ทั้งที่ยืนอยู่ข้างเขาแท้ ๆ แต่กลับดูใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
พ่อแม่ยังทำท่าประจบประแจงต่อคนในรถที่มองไม่เห็นแม้แต่เงาให้เด็กสาวเห็นกันจะ ๆ...
บางทีลูกชายคงรู้สึกอับอาย จึงบ่นออกมาให้คนที่อยู่บนชั้นใกล้ ๆ ได้ยิน
ส่วนลูกสาวน่ะหรือ...
