สวีหลิ่วนึกถึงเรื่องแย่ ๆ ที่จั่วเฉ่าเคยก่อไว้แล้ว คิดว่ายังไงก็มอบเรื่องนี้ให้จั่วเฉ่าไม่ได้
“จั่วฟาง เจ้าก็ไปด้วย ให้อาหารไก่กับหมูที่บ้าน ดูให้ดี อย่าให้หมูผอมล่ะ”
จั่วเฉ่าเอาหนังสือที่ฝากไว้หน้าเคาน์เตอร์กลับมาก่อน แล้วพาจั่วฟางไปหา รถไถนา
จั่วฟางตกใจมาก “เจ้าเอาเงินมาจากไหน”
จั่วเฉ่าเตือนนาง “ถ้าเจ้าไปบอกพ่อแม่ ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ เจ้าเดินกลับเอง”
ทางภูเขาครึ่งค่อนวัน แถมอุณหภูมิก็สูง ไหนจะมีรถนั่งแต่ต้องเดินสองขา
จั่วฟางก็ไม่ใช่คนโง่ นางเดินตามจั่วเฉ่าต้อย ๆ อย่างเขินอาย นั่งบนรถไถนาทั้งเกร็งทั้งอาย
นางรู้สึกละอายที่ใช้เงิน แม้จะเป็นเงินของจั่วเฉ่า นางก็ยังคิดว่าไม่ควรใช้
ถนนดินขรุขระมาก แต่เมื่อนั่งรถเปิดประทุนรับลม ก็ช่วยบรรเทาความไม่สบายนี้ได้
ตอนถึงบ้าน จั่วฟางยังรู้สึกอาลัยไม่อยากลงจากรถ
กลับถึงบ้าน นางรู้สึกว่าตนเอาเปรียบจั่วเฉ่า ไม่กล้าเอ่ยปากให้จั่วเฉ่าไปทำงาน จึงค่อย ๆ ไปทำงานเองเงียบ ๆ
จั่วเฉ่าก็ไม่สนใจนาง หลังจากวุ่นวายมาทั้งวัน นางก็เหนื่อยแล้ว หาเตียงเจอแล้วก็เข้านอน
บ้านสกุลจั่วหลังนี้ไม่มีข้อดีอะไรอื่นเลยนอกจากบ้านกว้าง ระบายลมดี คืนหน้าร้อนนี้จึงไม่ร้อนอบอ้าว
แค่ยุงน่ารำคาญชะมัด
จั่วเฉ่าถูกยุงกัดจนตื่นกลางดึก รื้อหาซองยาดับกลิ่นใต้เตียงสวีหลิ่วเจอขวดเล็ก ๆ
นางทาตัวเอง
เดินผ่านประตูห้องจั่วฟาง ได้ยินเสียงพลิกตัวดังข้างใน
