“เต็มคะแนน! ไม่อยากเชื่อเลยว่าได้เต็มอีกแล้ว!”
“หลินโม่ก็ผ่านด่านทดสอบความตายรอบก่อนด้วยคะแนนเต็มเหมือนกัน!”
“มันไม่เหมือนกันสักหน่อย! ข้อนี้เขาได้คะแนนเต็มจากปีศาจ ส่วนด่านทดสอบความตายครั้งก่อนเขาได้มาจากเทวทูต ความยากคนละระดับกันเลย!”
“แถมครั้งนี้ยังมีข้อสอบมรณะถึงสามข้อ ถ้าเขาทำคะแนนสูงได้ครบทั้งสามข้อ สุดท้ายก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับรางวัลลับเพิ่มเติม!”
“หึ ต่อให้ได้รางวัลลับแล้วจะมีประโยชน์อะไร? สุดท้ายก็ต้องยกให้พวกผู้เหนือธรรมชาติอยู่ดี ไม่ได้มายังดีกว่าอีก”
“โง่หรือไง! ข้อสอบมรณะข้อแรกยังน่ากลัวขนาดนี้ แล้วอีกสองข้อจะง่ายได้ยังไง? ถ้ายังรอดจากสองข้อหลังมาได้ ส่วนใหญ่ก็คงปลุกลำดับพลังขึ้นมาแล้ว!”
“พูดจาให้มันเคารพหน่อย! เรียกหลินโม่เฉย ๆ ได้ยังไง ต้องเรียกท่านหลิน!”
เหล่าทาสผู้เข้าสอบมองหลินโม่ด้วยแววตาอิจฉา ทว่าความหวาดเกรงมีมากกว่า
“100 คะแนนสินะ” ลู่ชวนทอดถอนใจในใจ
การได้คะแนนสูงในการทดสอบความตาย ไม่ใช่แค่รอดชีวิตออกมาก็พอ
“หัวหน้า เขาได้แหวนปีศาจวงนั้นมาแล้ว” พี่อู่กดเสียงลงก่อนที่หมาจะทันเอ่ยปาก
ลู่ชวนเหลือบมองเขา คิ้วขมวดเล็กน้อย แต่พี่อู่กลับพูดว่า “ยังไงตอนนี้เขาก็เป็นแค่คนธรรมดา ตามกฎแล้วต้องส่งมอบให้เรา”
ลู่ชวนหลับตาครุ่นคิด
“รอดออกมาจริง ๆ แถมยังได้คะแนนเต็มอีก” ดวงตาหลังแว่นกันแดดของหลิ่วเยว่เป็นประกายระยิบระยับ
ผู้ชายคนนี้ยอดเยี่ยมกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก
หลังจากหลินโม่จบการทดสอบ ผู้เข้าสอบคนสุดท้ายก็จบการทดสอบความตายเช่นกัน
ในเวลานี้ ผู้เข้าสอบคนอื่น ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ถูกส่งตัวกลับมาทั้งหมด
หลินโม่ถือแหวนเรียกปีศาจระดับหนึ่งไว้ในมือ แต่กลัวว่าบนแหวนจะมีกลไกพิเศษบางอย่างซ่อนอยู่ จึงไม่กล้าสวมมัน
เขาถึงขั้นไม่กล้าใช้แหวนวงนี้สังเวยอวัยวะของตัวเอง เพื่อเรียกปีศาจมาช่วยต่อสู้!
ที่เขานำมันกลับมาด้วย ก็เพราะมีแผนจะใช้มันทำอย่างอื่น!
“ทำไมไวเคานต์เอดดิงตันถึงปล่อยวิญญาณของหวังเฉียงออกมา แล้วยังแสดงท่าทีเหมือนหวังให้ฉันพาวิญญาณนั้นกลับไปด้วย? เขาจะได้ประโยชน์อะไร?”
