เจ้าของแผงจ้องใบหน้าซีดขาวของเขาอย่างมีนัย ก่อนเอื้อมมือไปหยิบไพ่ใบหนึ่งจากกองไพ่ระเกะระกะตรงหน้าอย่างส่งเดช
จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วเอ่ยว่า “แปลกจริง... อายุขัยของนายยังเหลืออีกไม่น้อย แต่เดือนหน้านายจะตาย”
ทั้งห้องไลฟ์แตกตื่นขึ้นมาทันที ทว่าเย่เทียนเสวียนกลับเพียงพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง “เดือนหน้างั้นเหรอ? ก็ยังพอไหว ผ่านดันเจี้ยนอีกแห่งก็จะไปดันเจี้ยนสุดท้ายได้แล้ว เดือนเดียวพอให้ฉันผ่านดันเจี้ยนที่เหลืออีกสองแห่ง พอผ่านครบแล้วค่อยตายก็ยังไม่สาย”
เขายิ้มน้อย ๆ ข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอก็เริ่มร่ำไห้กันระงม
“นายไม่กลัวความตายของตัวเองหรือ?” เจ้าของแผงเคยเห็นผู้เล่นมากมายมาถามเรื่องของตัวเอง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พบคนซึ่งเผชิญหน้ากับวันตายของตัวเองได้อย่างไม่สะทกสะท้านเช่นนี้
เย่เทียนเสวียนยกมือปิดปาก ไอเบา ๆ สองครั้ง ใบหน้าซีดเผือด เขายกมุมปากอย่างมีนัย “ดูฉันแล้วก็ไม่น่าเหมือนคนอายุยืนอยู่แล้ว ในเมื่อยังไงก็ต้องตาย สู้ก่อนตายช่วยทำคู่มือพิชิตให้เมืองเล็กของเราแบบครบถ้วน รับรองอัตราการรอดชีวิตของคนในเมืองดีกว่า”
“ถ้าต้องตายเดือนหน้า ฉันกลับวางใจขึ้นมาเลย แปลว่าเดือนนี้ต่อให้ฉันทำอะไรบ้าบิ่นแค่ไหนก็ไม่ตายใช่ไหมล่ะ”
เจ้าของแผงแค่นเสียง “คนอวดดีอย่างนาย คิดว่าผลาญชีวิตตัวเองแล้วจะรับประกันได้ว่ามีคนรอดออกจากดันเจี้ยนสักกี่คน? ในดันเจี้ยนไม่มีผู้กอบกู้ คนที่ต้องตาย ใครก็ช่วยไม่ได้”
เย่เทียนเสวียนหรี่ตาลงเล็กน้อย มองเจ้าของแผงด้วยสีหน้าเป็นมิตร “เห็นคุณใจกว้างทำนายดวงให้ฉัน งั้นฉันก็ทำนายให้คุณสักครั้งแล้วกัน”
