เขาแข็งแกร่งที่สุด และยังไม่ถูกอัตตากัดกร่อนจนกลายเป็นอสูรกาย
หลังออกคำสั่งให้ “ลุกขึ้น” กับ “นั่งลง” อินซิวก็แทบจะแน่ใจแล้วว่า ผู้เล่นเหล่านี้จะตอบสนองต่อคำสั่งของเขา เพราะกลายเป็นอสูรกายครึ่งตน
เมื่อยาหยารู้เรื่องนี้ นางก็ปรบมือหัวเราะอย่างร่าเริง “พี่ชายเก่งจัง ทำให้ทุกคนเชื่อฟังได้ด้วย”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของนางทำให้ผู้เล่นทุกคนหน้าเขียวคล้ำ ทว่าวินาทีถัดมา เสียงของอินซิวก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
“ถ้าอย่างนั้น ยาหยาอยากให้พวกเขาทำอะไรล่ะ? พี่ชายจะตามใจเธอทุกอย่าง”
เขามอบอำนาจของชั้นอัตตาให้แก่อสูรกายตนหนึ่ง เรื่องนี้ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
เมื่อนึกได้ว่าก่อนหน้านี้เพิ่งด่าทอนางไป ผู้เล่นทั้งหลายก็หน้าซีดเผือด สายตาจับจ้องยาหยาเขม็งด้วยความโกรธ แต่เพราะอินซิวยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขาจึงทำอะไรนางไม่ได้
ยาหยายิ้มอย่างไร้เดียงสา พลางครุ่นคิด “ให้พวกเขาทำอะไรดีนะ...”
เมื่อเสียงหวานใสรื่นหูของนางดังขึ้น ความหวาดกลัวก็เริ่มแผ่ไปทั่วกลุ่มผู้เล่น
จากนั้นยาหยาก็ชี้นิ้วไปทางกลุ่มผู้เล่นอย่างน่ารัก แล้วชี้ไปยังเหล่าอสูรกาย “ถ้าอย่างนั้นก็สลับกันเลย!”
สิ้นเสียง ผู้เล่นต่างชะงัก อสูรกายเองก็ชะงักเช่นกัน
สลับกันหมายความว่า...
“อสูรกายเป็นนาย ส่วนผู้เล่นเป็นสัตว์เลี้ยงหรือ?” อินซิวเอ่ยอย่างครุ่นคิด ก่อนยกมุมปากขึ้น “ฟังดูไม่เลว ให้พวกหยิ่งผยองได้ลิ้มรสความทุกข์จากการถูกข่มเหงบ้าง”
เขากวาดตามองผู้เล่นทั่วทั้งโถงใหญ่ ท่ามกลางสายตาคาดหวังของเหล่าอสูรกาย อินซิวออกคำสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป สถานะของผู้เล่นกับอสูรกายที่อยู่ในชั้นอัตตา ณ เวลานี้จะสลับกัน จงปฏิบัติตามกฎ ต่อให้ไม่มีผู้เล่น อสูรกายก็ยังเป็นนายของตนเอง”
