“咚咚——”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามคาดในห้องเล็กอันเงียบสงบ
อินซิวพลิกตัวห่มผ้าคลุมโปงไม่สนใจ ขืนใจหลับตานอนต่อไป
ยังไงผู้เล่นใหม่ก็ต้องมีคนอื่นรับไปอยู่ดี เขาไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนร่วมห้อง
“咚咚咚——”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แผ่วเบาแต่เป็นจังหวะ หนักแน่นมาก เห็นได้ชัดว่าคนนอกประตูไม่ได้ตั้งใจจะจากไป
อินซิวพลิกตัว พยายามข่มตาหลับ แต่น่าฉงนนัก เสียงผู้คนและเสียงฝนข้างนอกกลับดูจืดจางเสียยิ่งกว่าร่างเงานอกประตู
คนผู้นั้นไม่ปริปากพูดด้วยซ้ำ เพียงแต่เคาะประตู แต่สายตาที่จับจ้องกลับทะลุผ่านบานประตูมาปักอยู่ที่อินซิวอย่างจัง
เขาสัมผัสได้ เหมือนอีกฝ่ายยืนอยู่หน้าประตู มองเขาอย่างเปิดเผย ไม่มีอะไรปิดกั้น
“เปิดประตูให้หน่อยได้ไหม”
หลังจากเงียบอยู่นาน ในที่สุดอีกฝ่ายก็เอ่ยปาก เป็นเสียงทุ้มต่ำของชาย ฟังดูนุ่มนวล ไม่น่าเป็นภัยแม้แต่น้อย
“ไปหาคนอื่นเถอะ ฉันไม่ต้องมีเพื่อนร่วมห้อง” อินซิวตะโกนตอบกลับ เคยมีพวกมาใหม่ที่ยังไม่ถูกผู้เล่นเก่าในเมืองกรอกหูชนมาห้องเขาจนเป็นเรื่องปกติ
ชายนอกประตูหัวเราะแผ่วเบา “คนอื่นให้ฉันมาหาคุณ”
อินซิวเงยหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่มีพวกใหม่ถูกคนอื่นในเมืองไล่มาทางเขา น่าสนใจดี
“คุณไปทำอะไรให้พวกเขาหมั่นไส้ล่ะ”
“ฉันลงทะเลสาบไปจับปลามากิน”
อินซิวดีดตัวจากเตียงทันที รีบรุดมาที่ประตู กระชากเปิดบานประตูพรวดเดียว
สายลมรัตติกาลพัดพาเกล็ดฝนและความชื้นเคลื่อนตัวเข้ามาในห้องมืด
นอกประตูเป็นชายเปียกโชกทั้งตัว สูทดำของเขาชุ่มน้ำเสียสนิท เส้นผมมีหยาดน้ำหยดติ๋งๆ ลงมาไม่ขาด ใบหน้าซีดเซียว ทว่ายิ้มน้อยๆ ดูสง่างาม สุขุม กิริยางามนัก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมุมยกยิ้มที่ดูสมบูรณ์แบบเกินไป หรือเพราะปรากฏตัวยามค่ำคืนนี้อย่างเคอะเขินกันแน่ ชายผู้นี้จึงแฝงกลิ่นอายวังเวงอย่างปิดไม่มิด
“ทะเลสาบมีปลาจริงหรือ” อินซิวเปิดประตูปุ๊บก็ถามเรื่องนี้เป็นอันดับแรก
“มี”
ชายหนุ่มผงกศีรษะ จังหวะอ้าปาก อินซิวเหลือบเห็นฟันของเขา เทียบกับฟันมนุษย์ทั่วไปแล้ว ฟันของอีกฝ่ายดูแหลมกว่า ตามซอกฟันยังมีของเหลวสีแดงไม่ทราบชนิดตกค้างอยู่บ้าง
“ทะเลสาบมีปลาจริงหรือนั่น ฉันตกมาตั้งหกปีไม่เคยได้” อินซิวใช้มือลูบคางใคร่ครวญ หางตามองสำรวจชายหนุ่ม
ข้างนอกฝนตก ตัวเปียกก็เป็นเรื่องปกติ แต่ชายคนนี้ชุ่มไปทั้งตัว ราวกับยืนตากฝนมาเป็นหลายชั่วโมง กลิ่นไอความชื้นแรงมาก
“รสชาติดีทีเดียว” ชายหนุ่มเม้มปากยิ้มบาง “ก็แค่เสียงกรี๊ดค่อนข้างแหลม”
“ที่แท้ปลาในทะเลสาบส่งเสียงร้องได้นี่เอง...” อินซิวเริ่มคลางแคลงใจว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกินอาจไม่ใช่ปลา แต่อาจเป็นอย่างอื่น
ทว่าเขาไม่ได้ซักไซ้ เพียงแต่ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เผยให้เห็นธรณีประตูเตี้ยๆ ที่คั่นระหว่างคนทั้งสอง แล้วเชิดคางขึ้นอย่างเย็นชา “ข้างนอกหนาว เข้ามาคุยกันข้างในก่อนเถอะ”
ชายหนุ่มหลุบตาลง จ้องมองธรณีประตูตรงพื้นแล้วไม่ขยับเขยื้อน
กฎเมืองข้อห้า กฎของเมือง: เมื่อฝนตก เมืองจะปรากฏหน้าใหม่ ผู้ที่เข้ามาในบ้านได้คือพวกใหม่ ผู้ที่เข้ามาไม่ได้จงระวังให้ดี
ความนิ่งเงียบของชายหนุ่มทำให้อินซิวทดสอบอีกขั้น “คุณไม่เข้ามาหรือ”
เขาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากกว้างกว่าเก่า “ผมขอเข้ามาได้ไหม”
“ได้”
อินซิวผงกศีรษะทันที ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ก้าวเท้าข้ามธรณีประตู เข้ามาในบ้านของอินซิว
วินาทีที่เขาเข้ามา ภายในบ้านพลันเย็นเยียบขึ้นหลายส่วน ราวกับถูกความเหน็บหนาวเข้าจู่โจมในพริบตา อินซิวถึงกับอดสะท้านวาบไม่ได้
“ดูเหมือนคุณอยู่คนเดียว” ชายหนุ่มสำรวจข้าวของในบ้าน หันมามองอินซิวที่กำลังเหม่อ แล้วหรี่ตาลง “พวกเขาบอกว่าผมสามารถเลือกเพื่อนร่วมห้องในเมืองได้ ขอพักที่บ้านคุณได้ไหม”
สายตาของอินซิวติดอยู่ที่ธรณีประตูหลายวินาที ก่อนถอนกลับมาแล้วปิดประตูดังปัง
“ฉันไม่อยากมีเพื่อนร่วมห้อง แต่ในเมืองไม่มีห้องว่างเหลือ ถ้าคนอื่นไม่เอาเธอ เธอก็อยู่ได้แค่ที่นี่” เขาล้วงหาแผ่นกฎจากลิ้นชัก ยื่นให้ชายหนุ่ม “แผ่นกฎของเมือง มีใครให้เธอดูแล้วหรือยัง”
ชายหนุ่มส่ายหน้า
“งั้นก็ดูเสีย จะได้มีชีวิตอยู่นานขึ้นหน่อย” อินซิวไม่สนใจจะดูแลเพื่อนร่วมห้องหน้าใหม่ฉุกละหุกนี้เลย ยัดแผ่นกฎให้เขาเสร็จก็หันไปเปิดม่านมองดูข้างนอก
กฎของเมือง แม้มีเพียงข้อเดียวว่าห้ามทำร้ายสิ่งมีจิตสำนึกใดๆ ทั้งสิ้น แต่ที่จริงแล้วผู้เล่นที่อยู่ที่นี่นานๆ ต่างรู้ว่าการทำร้ายมีทั้งเชิงรุกและเชิงรับ
หากเขาไม่ยอมให้คนใหม่เข้าบ้าน ทำให้ชายที่ไม่มีใครรับเข้าอยู่ค้างคืนต้องตายข้างนอกคืนนี้ เช่นนั้นก็เป็นเขาที่ย่ำกฎ
เห็นได้ชัดว่าผู้เล่นคนอื่นไม่ได้ปฏิเสธเขาโดยตรง แต่ส่งเขามาที่อินซิว ต่อให้ชายคนนี้ตาย ก็ไม่เดือดร้อนถึงพวกเขา คนที่จะเดือดร้อนก็มีแค่อินซิว
ชายหนุ่มรับแผ่นกฎ สีหน้าแว่บผ่านความฉงน พลิกกลับไปกลับมาดูอยู่ไม่กี่วินาทีแล้ววางข้างกาย แล้วหันไปสนใจอินซิว ความสนใจส่องประกายในรอยยิ้มที่แต้มไว้เหมือนเดิมตลอดเวลา
“คุณยังไม่ได้ถามชื่อผมเลย”
“ฉันไม่อยากรู้” อินซิวตอบอย่างเกียจคร้าน มั่นใจแล้วว่านอกประตูไม่มีเงาของเจ้าแม่ราตรีแล้วจึงลดม่านลง
คืนนี้เจ้าแม่ราตรีมาแล้ว คงไม่กลับมาแล้วกระมัง?
เขาคิดพลางหันหลังกลับไปที่เตียง
“คุณไม่อยากรู้หรือ” ชายหนุ่มยืนยืนกรานถามอยู่ที่เดิม
“ไม่อยาก” อินซิวปิดไฟฉับ ก่อนกลับขึ้นเตียง กำชับก่อนนอนว่า “ในบ้านมีห้องอื่น หาที่นอนเอง อย่ามาที่เตียงฉัน”
ในบ้านมีห้องว่างก็จริง แต่อินซิวอยู่คนเดียวและนอนที่ห้องรับแขกมาโดยตลอด
ตามอุดมคติแล้ว ชายปริศนาผู้นี้ควรจะเข้าห้องอื่นไปปัดกวาดพักผ่อนเอง ผ่านคืนแรกของเขาไปอย่างปลอดภัย ทว่าเมื่ออินซิวปิดไฟแล้ว เขายังไม่ขยับ
ยืนเงียบอยู่ในความมืด จ้องมองอินซิวบนเตียงตาไม่กะพริบ นอกจากสัมผัสสายตาที่รุนแรงแล้ว แทบไร้สุ้มเสียงจากตัวเขา
“คุณไม่อยากรู้นามผมจริงๆ หรือ” หลังจากเงียบไปสองสามวินาที น้ำเสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
การตอบรับมีเพียงความเงียบในบ้าน อินซิวไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
“ทำไมคุณถึงนอนทั้งที่มีด กลัวผมหรือ”
ในบ้านยังไร้ซึ่งปฏิกิริยา
“ก็ได้” น้ำเสียงหัวเราะของชายหนุ่มแฝงความไม่แยแส หันหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ในห้อง ไม่ยอมจัดการความชื้นบนตัว ไม่ยอมนอน เพียงแต่นั่งเงียบอยู่ในความมืด เอื้อนกับอินซิวอย่างช้าๆ ว่า “ราตรีสวัสดิ์”
วินาทีที่น้ำเสียงแผ่วเบานั้นดังขึ้น จิตสำนึกของอินซิวที่ควรตื่นตัวก็พลันเลือนรางในพริบตา หนังตาค่อยๆ หนักอึ้งขึ้นจนควบคุมไม่ได้ กระทั่งดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท
เสียงฝนในเมืองพร่ามัวในหู อินซิวกึ่งหลับกึ่งตื่น แม้ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้เล่นที่รีบวิ่งกลับห้องก็ยังพ้นจากห้วงจิตไม่ได้
ในเมืองมีพวกภูติผีนอกเหนือจากเจ้าแม่ราตรี แต่พวกมันเข้ามาในบ้านไม่ได้ เพียงแต่เคาะประตูหน้าต่างผู้เล่นแต่ละคนในยามค่ำคืน หลอกล่อให้พวกเขาออกไป แล้วก็ล่าสังหารพวกเขาขณะไล่ล่า
แล้วสิ่งที่กำลังนั่งจ้องเขาอยู่ในห้องตอนนี้คืออะไร?
พวกหน้าใหม่?
ไม่ใช่แน่
เป็นภูติผีในเมือง?
ก็ไม่น่าใช่ เจ้าแม่ราตรียังปรากฏตัวตอนฝนตกไม่ได้ แต่มันโผล่มาแล้ว ถึงขั้นเข้ามาในบ้านแล้ว
อินซิวได้ยินเสียงเขาลุกจากเก้าอี้ ได้ยินเสียงเขาเหยียบย่างผ่านความมืดมายังข้างเตียง แล้วคุกเข่าลงข้างหัวเตียง
แม้มองไม่เห็น แต่อินซิวก็นึกภาพออกถึงสีหน้าบนใบหน้าเขาตอนนี้ ต้องกำลังยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่มาตรฐานเสียจนน่าขนลุก แน่นิ่งมองจ้องอินซิวในความมืด
ความเงียบอันยาวนานกับสัมผัสสายตาที่ไม่อาจเพิกเฉยทำให้อินซิวรู้สึกได้ถึงความขนลุกขนพองที่หาได้ยากด้วยซ้ำ
ฝนหยุดตกตั้งแต่เมื่อไร ฝนหยุดตกแล้ว เหล่าผู้เล่นกลับเข้าห้องของตัวเองหมดแล้ว สิทธิ์ในการเคลื่อนไหวยามราตรีของเมืองตกเป็นของเหล่าภูติผีอีกครั้ง
ชายข้างเตียงในที่สุดก็ดูเหมือนสุดจะทนไหว ค่อยๆ ยื่นมือไปหาเขา
啪嗒啪嗒——
ในตรอกยามวิกาล พลันดังเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยขึ้นอีกครั้ง ย่ำไปตามแอ่งน้ำคลานต่ำเคลื่อนตัวมา ค่อยๆ เข้าใกล้ประตูหน้าบ้านของอินซิว
ร่างสูงใหญ่ขยับมาถึงประตูหน้าบ้านของอินซิว ในรัตติกาล เสียง “咚咚” เคาะหน้าต่างก็ดังขึ้นอีกหน
เจ้าแม่ราตรีกลับมาแล้ว