เห็นได้ชัดว่าผู้ชายข้างเตียงก็ได้ยินเสียงนั้น เขาเบนสายตาไปทางหน้าต่าง
“ก๊อก ก๊อก——”
เสียงเคาะหน้าต่างดังขึ้นอีกครั้ง นอกประตูดังเสียงทุ้มต่ำประหลาดอย่างยิ่งของเจ้าแม่ราตรี “อินซิว เปิดประตูหน่อย”
อินซิวได้ยินผู้ชายข้างกายลุกขึ้น เขาเริ่มเดินไปที่ประตูแล้ว
“คุณเป็นใคร” เขายืนถามที่หน้าประตู
“แล้วคุณเป็นใครล่ะ” เจ้าแม่ราตรีประหลาดใจมาก ไม่เคยเห็นใครอื่นในห้องของอินซิวมาก่อน
แต่เธอเงียบไปไม่กี่วินาที ก็แสยะยิ้มอย่างใจดี “เปิดประตูให้ฉัน แล้วคุณจะรู้ว่าฉันเป็นใคร”
ผู้ชายเหมือนจะครุ่นคิดอะไรอยู่ จากนั้นก็จับลูกบิดประตู
เขาคงไม่คิดจะเปิดประตูจริง ๆ หรอกนะ!
อินซิวกำมีดที่คาดไว้ตรงเอวแน่นโดยสัญชาตญาณ เริ่มขัดขืนความรู้สึกง่วงอย่างรุนแรงนี้อยากจะลืมตา
พร้อมกับเสียงเปิดประตูดังเอี๊ยดอ๊าดแหบพร่า สายลมยามค่ำคืนพัดวูบเข้ามาทั่วทั้งห้อง ความหนาวเย็นทำให้อินซิวตื่นเต็มตาทันที
เขากลิ้งจากเตียงลงมา มองไปที่ประตู
ประตูเปิดแล้ว
ผู้ชายในชุดสูทสีดำตัวเปียกโชกไปทั้งตัวคนนั้นกำลังยิ้ม จับลูกบิดประตูหันมามองอินซิว ชี้ไปนอกประตูด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความหมาย “คุณตื่นแล้ว ดูเร็ว ข้างนอกมีหน้าใหญ่เบ้อเริ่มเลย”
สิ่งที่เห็นนอกประตูที่เปิดออกไม่ใช่ตรอกยามค่ำคืน หากแต่เป็นใบหน้าของเจ้าแม่ราตรีที่อัดแน่นอยู่เต็มช่องประตู
เธอยิ้มอย่างประหลาด ดวงตากะพริบมองอินซิวในห้องผ่านช่องประตู หรี่ตาลง ใบหน้าซีดเซียวเผยความปีติยินดีที่แท้จริงออกมา
อินซิวพลางกำมีดที่แขวนอยู่ตรงเอวแน่นขึ้น “...ใช่ หน้าใหญ่จริง ๆ”
เขาไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก สายตาเลื่อนจากเจ้าแม่ราตรีไปยังผู้ชายที่เปิดประตู “ทำไมถึงไปเปิดประตูให้เธอ พวกคุณเป็นพวกเดียวกันเหรอ”
ผู้ชายไม่เข้าใจ แต่รอยยิ้มก็ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย “เปิดไม่ได้เหรอ”
“ฉันบอกให้คุณดูกฎ คุณไม่ได้ดูเหรอ”
ผู้ชายยิ้มพลางพยักหน้า “ผมดูแล้ว แต่บนกระดาษไม่มีอะไรเลย”
อินซิวเข้าใจในทันที ผู้ชายคนนี้ เขามองไม่เห็นกฎ เขาไม่รู้เลยว่ากลางคืนห้ามเปิดประตู ไม่ใช่ไส้ศึกที่เจ้าแม่ราตรีส่งมา
“งั้นในฐานะเพื่อนร่วมห้อง ฉันบอกอะไรคุณสักอย่างแล้วกัน” อินซิวพูดเรียบ ๆ พร้อมกับดึงดาบยาวเรียวยาวคมกริบออกจากฝักอย่างช้า ๆ “ในเมืองเล็ก ๆ นี้ ห้ามเปิดประตูตอนกลางคืนเด็ดขาด ไม่งั้น...”
“ไม่งั้น”
ทันทีที่สิ้นเสียง แสงคมดาบวาบเย็นเฉียบ ก็ฟันตัดเส้นผมที่เลื้อยคลานเข้ามาในห้องได้พักหนึ่ง เกือบจะพร้อมกัน มือของเจ้าแม่ราตรีก็พุ่งเข้ามาจากประตูปัดไปยังจุดที่อินซิวยืนอยู่
ในห้องเกิดเสียงดังโครมคราม ชิ้นส่วนกระจายเกลื่อน แผ่นเตียงบาง ๆ ถูกฝ่ามือนั่นทุบแบนราบง่ายดาย พื้นดินปริแตกเป็นรอยร้าว ข้าวของในห้องแทบทั้งหมดถูกสั่นสะเทือนจนล้มระเนระนาด เกลื่อนกลาดไปทั่ว แต่อินซิวยืนอยู่ในสภาพที่เหมือนถูกแผ่นดินไหวถล่ม อัดตัวแนบกับมุมห้องถึงจะหลบฝ่ามือนั่นได้อย่างหวุดหวิด
ดวงตาของเจ้าแม่ราตรีมองลอดผ่านหน้าต่างมาจับจ้องอินซิวที่รอดตายในห้องอย่างยิ้มแย้ม เผยอปากเต็มไปด้วยฟันแหลมคม “หกปีแล้ว ในที่สุดฉันก็จะได้กัดหัวเธอเสียที อินซิว อย่าให้ฉันจับได้ล่ะ”
เส้นผมของเธอเหมือนมีจิตสำนึกของมันเอง เริ่มเลื้อยไต่ไปตามพื้นตรงประตูเข้ามาในห้อง พันเกี่ยวเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วปกคลุมไปทั่วผนังห้อง สีดำทึบหนาแน่นห้อยลงมาจากเพดาน ถาโถมเข้าหาทิศทางที่อินซิวอยู่
เขาเหวี่ยงดาบฟันเส้นผมที่โจมตีเข้ามาจนขาด เริ่มหลบไปที่อื่น แต่ไม่ว่าจะหลบไปตรงไหนในห้อง ก็ถูกเส้นผมห้อมล้อมพันเกี่ยวอย่างรวดเร็ว
บนใบหน้าหล่อเหลาคมคายของอินซิว ปรากฏความไม่พอใจออกมาอย่างยากที่จะได้เห็น
ในเมืองเล็ก ๆ ไม่อนุญาตให้ใครฆ่าสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึก กฎข้อนี้ให้ไว้กับผู้เล่น นั่นหมายความว่าเจ้าแม่ราตรีสามารถฆ่าเขาได้ แต่เขาฆ่าเจ้าแม่ราตรีในเมืองไม่ได้
งั้นหนี
ทางออกเพียงหนึ่งเดียวของบ้านทั้งหลังถูกเจ้าแม่ราตรีขวางไว้แล้ว เขาไม่มีทางหนีเลย
สายตาของอินซิวตกลงไปที่ผู้ชายที่ยืนยิ้มอยู่ตรงประตู เขาอาศัยอยู่ในเมืองนี้ตั้งหลายปี ไม่เคยละเมิดกฎเลย แต่คืนนี้มีคนช่วยละเมิดให้เขาแล้ว
“คุณโกรธแล้วเหรอ” ผู้ชายเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์บางเบาที่พลุ่งพล่านของเขา มุมปากยิ่งยกสูงขึ้นอีก
อินซิวไม่สนใจเขา แค่การที่จะไม่ถูกจับได้ในห้องที่เต็มไปด้วยเส้นผมก็ยากมากแล้ว เขาทำได้แค่หลบไม่หยุด ใช้ดาบฟันเส้นผมที่โจมตีเข้ามา
“ดาบของเธอมันพิเศษจริง ๆ ด้วย...” เจ้าแม่ราตรีจ้องมองดาบที่อินซิวถืออยู่ คมกริบและอันตราย “ได้มาจากไหน”
อินซิวไม่ตอบ เหยียบเส้นผมบนพื้นอย่างแรง ฟันดาบลงไปทีหนึ่ง ทะลวงทำลายเส้นผมยาว
เส้นผมสีดำยาวบิดเบี้ยวพันกันบนพื้น แม้จะถูกอินซิวฟันจนแหลก ก็ยังงอกงามขึ้นไม่หยุด แผ่ขยายไม่หยุด พันรอบเท้าของเขา
“ต้องการให้ผมช่วยไหม” เสียงของผู้ชายดังขึ้นในห้อง ดูเหมือนเขาอยากจะชดเชยอะไรหลังจากที่ทำให้คนอื่นโกรธ
อินซิวเงยหน้าขึ้น ก็เห็นผู้ชายคนนั้นคว้าเส้นผมที่บิดเบี้ยวอยู่หนึ่งกำยัดเข้าปาก ในส่วนลึกของช่องปากที่เต็มไปด้วยฟันค่อนข้างแหลมนั้น ยังมีฟันซ้อนเรียงเป็นชั้น ๆ เคี้ยวบดละเอียดเส้นผมเหล่านั้น แล้วกลืนลงคอเสียงดังอึก
มุมปากที่ยิ้มของเขายังเหลือเส้นผมที่กำลังดิ้นรนขัดขืนอยู่ ถูกเขาดูดเข้าปากเสียดเดียว แล้วก็มีเสียงเคี้ยวดังกร้วมกร้ามหนาแน่นตามมาติด ๆ
อย่าว่าแต่อินซิวเลย เจ้าแม่ราตรียังตะลึงค้าง
“คุณเป็นใคร คุณมาปรากฏตัวที่นี่ได้ยังไง...คุณออกมาจากดันเจี้ยนเหรอ” น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความไม่แน่ใจของเธอทำให้อินซิวตกอยู่ในห้วงความคิด
เอาล่ะ แม้แต่เจ้าแม่ราตรียังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกเมืองเล็ก ๆ แล้ว
ผู้ชายไม่สนใจเจ้าแม่ราตรี กลับคงรอยยิ้มเหมือนเช่นเคยจับจ้องอินซิว เหมือนเครื่องอัดเสียงแข็งทื่อ พูดซ้ำอีกครั้ง “ต้องการให้ผมช่วยไหม”
อินซิวหลุบตามองไปที่เส้นผมที่พันรอบน่องของเขาแล้ว มองไปที่เจ้าแม่ราตรีที่ยืนขวางอยู่หน้าประตู เผยสีหน้าหนักใจ
บางทีผู้ชายคนนี้อาจจะฆ่าเจ้าแม่ราตรีให้อินซิวอยู่รอดโดยไม่ละเมิดกฎได้ แต่เมืองเล็ก ๆ ที่ปราศจากเจ้าแม่ราตรีจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงหน้ามือเป็นหลังมือแน่
ในกฎมีส่วนที่ต้องมีเจ้าแม่ราตรี แต่ถ้าหากไม่มีเจ้าแม่ราตรีขึ้นมา กฎจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ไม่มีใครรู้
เขาไม่เอา เขายังต้องอยู่ที่นี่ต่อไป
หนีก็หนีไปไหนไม่ได้ ฆ่าก็ไม่ได้ งั้นทางเลือกที่เหลือก็มีทางเดียว
“ไม่ต้องให้คุณช่วย” อินซิวยกมือขึ้น เก็บดาบเข้าฝักสีดำมืดอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ก้มลงหยิบตุ๊กตาเด็กผู้หญิงที่ถูกเขาเก็บมาจากหน้าประตูตอนพลบค่ำแล้วโยนทิ้งไว้ตรงมุมห้อง
นี่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการเข้าดันเจี้ยน ทุกวันจะรีเฟรชไอเทมใหม่มาให้หนึ่งชิ้นวางไว้หน้าประตูผู้เล่น บางทีอาจเป็นพวกปีศาจในเมืองเล็ก ๆ เป็นคนวาง แต่ไม่สำคัญหรอก แค่เปิดใช้งานไอเทมสำคัญด้วยตัวเอง ก็จะพาผู้เล่นทั้งห้องเข้าดันเจี้ยนไปด้วย
ตลอดหกปีที่ผ่านมา เหล่าปีศาจในเมืองและผู้เล่นทั้งหมดในเมืองต่างก็รู้ดี อินซิวไม่เคยเข้าดันเจี้ยนด้วยตัวเองเลย และไม่เคยถูกดึงเข้าดันเจี้ยนโดยอัตโนมัติด้วย
แต่ตอนนี้ เขาถือตุ๊กตาเด็กผู้หญิงชุดแดงตัวนี้ขึ้นมา เจตนาชัดเจนมาก
“เธอจะหนีเข้าดันเจี้ยนงั้นเหรอ” รอยยิ้มของเจ้าแม่ราตรีคล้ายจะเย้ยหยัน “ทั้งเมืองรู้กันหมด ว่าเธอไม่เคยเข้าดันเจี้ยน เป็นแค่ผู้เล่นที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเท่านั้น”
อินซิวไม่พูด
ทางที่จะไม่ละเมิดกฎและไม่ต้องหนีจากห้องนี้อีก มีทางเดียวเท่านั้น ก็คือเข้าดันเจี้ยน แต่ใครจะรับประกันได้ว่าตัวเองจะรอดออกมาจากดันเจี้ยนครั้งนี้
ท่ามกลางความประหลาดใจของเจ้าแม่ราตรีกับรอยยิ้มของผู้ชาย อินซิวเบิกตาด้วยแววตาดุดัน ฉีกร่างตุ๊กตาออกอย่างแรง
เงาร่างของเขากับผู้ชายคนนั้นหายวับไปจากห้องทันที เหลือไว้แต่ซากปรักหักพังเต็มพื้น
หลังจากเงียบไปสองวินาที บนจอสาธารณะของเมืองเล็ก ๆ ก็ปรากฏห้องใหม่ขึ้นมาหนึ่งห้อง ลำโพงของเมืองก็ส่งเสียงดังขึ้นในยามวิกาล กระจายข่าวใหม่ไปทั่วทั้งเมือง
“ผู้เล่น เมืองมิติที่ 35 อินซิว เข้าดันเจี้ยน”
การแจ้งเตือนนี้เหมือนหยดน้ำที่หยดลงในกระทะน้ำมันเดือด ปลุกทุกคนในเมืองให้ตื่น ตะเกียงไฟในความมืดมิดยามค่ำคืนสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกเขาเปิดโทรทัศน์ในบ้านอย่างรีบร้อน ปรับไปที่ภาพของผู้เล่นที่กำลังอยู่ในดันเจี้ยน
ท่ามกลางความมืดมิด สิ่งที่แสดงขึ้นมาก่อนสุดคือข้อมูลผู้เล่นที่เข้าดันเจี้ยนในครั้งนี้
บนนั้นเขียนไว้อย่างเด่นชัดว่า
【ยินดีด้วย ผู้เล่นเข้าดันเจี้ยน: เหล่าอสูรกายแห่งเมืองเล็ก】
【ชื่อผู้เล่นครั้งนี้: อินซิว
เพศ: ชาย
ที่พัก: เมืองมิติที่ 35 ตรอกเอ ห้อง 401
ทรัพย์สินดันเจี้ยนที่ถือครอง: 35.8
ความคืบหน้าดันเจี้ยน: เคลียร์ผ่านทั้งหมดแล้ว】
เมื่อตัวอักษร “เคลียร์ผ่านทั้งหมดแล้ว” ปรากฏขึ้นบนจอ ผู้เล่นทั้งเมืองก็ตะลึงค้าง รวมถึงเหล่าปีศาจที่หมอบอยู่ใต้จอสาธารณะก็อึ้งไป
ไม่ใช่ว่าไม่เข้าดันเจี้ยนด้วยตัวเอง แต่เขาเคลียร์ผ่านทั้งหมดแล้ว ดันเจี้ยนจึงไม่ดึงเขาเข้าไปโดยอัตโนมัติอีก เพราะไม่มีดันเจี้ยนให้เขาเคลียร์ผ่านได้อีกแล้ว
นี่คือผู้เล่นที่เคลียร์ผ่านทั้งหมด ผู้เล่นที่เคลียร์ผ่านทั้งหมดแบบนี้กลับไม่ออกจากเมืองเป็นที่แรก แต่อยู่ที่นี่มาตั้งหกปี
ท่ามกลางความมืดมิด ผู้เล่นในเมืองรวมถึงเหล่าปีศาจทั้งหลายต่างก็งุนงงไปหมด
พวกปีศาจในดันเจี้ยนในวินาทีที่ได้รับข้อมูลผู้เล่นครั้งนี้ ต่างพากันส่งเสียงโหยหวนอย่างทุกข์ทรมานเป็นวงกว้าง “ใครดึงผู้ชายที่ถล่มดันเจี้ยนราบคาบเมื่อหกปีที่แล้วเข้ามา! บอกแล้วว่าอย่าดึงมันเข้ามาไง!”