ในสายตาของลู่หยวน ปราณปีศาจหลงเหลือเป็นเส้นสีดำอยู่ในถ้ำหินปูน เลื้อยคดเคี้ยวจากปากถ้ำลึกเข้าไปด้านใน
แม้ปีศาจค้างคาวจะจงใจปั่นป่วนเส้นทางแยกหลายแห่ง แต่กลอำพรางเหล่านั้นก็เป็นเพียงเรื่องเด็กเล่นในสายตาเขา
ห่างออกไปหลายลี้ แก่นกลางของปราณปีศาจกลุ่มนั้นมุดเข้าไปในถ้ำมืดแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ลึกที่สุดในกลุ่มถ้ำหินปูน ด้วยความเร็วอันน่าตื่นตะลึง
เขาก้าวออกไป พื้นดินและผืนป่าใต้ฝ่าเท้าพลันหดสั้น ร่างกายทิ้งเงาพร่าไว้เบื้องหลัง เพียงพริบตาก็เข้าไปอยู่ในถ้ำหินปูนแล้ว
ปีศาจค้างคาวบินฉวัดเฉวียนอย่างรวดเร็วอยู่ในส่วนลึกของกลุ่มถ้ำหินปูน ก่อนแผ่ญาณออกไปตรวจสอบโดยรอบอีกครั้ง
ครู่ต่อมา ใบหูมหึมาของมันขยับพึ่บพั่บเล็กน้อย แววหยอกเย้าแล่นผ่านดวงตาสีแดงฉาน
“ผู้บำเพ็ญมนุษย์คนนั้นยังอยู่ตรงปากถ้ำ ไม่ได้ตามเข้ามาเลยด้วยซ้ำ”
จะว่าไม่ตามเข้ามาก็ไม่ถูกนัก ที่จริงแล้วเขาแทบไม่ได้ขยับเลยต่างหาก
เขายืนอยู่กับที่ ราวกับกำลังลังเลว่าจะเข้าไปในถ้ำดีหรือไม่
“ฮ่า ๆ ข้านึกว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ไหนเสียอีก ที่แท้ก็เป็นพวกภายนอกแข็งแกร่งแต่ภายในอ่อนแอ”
ปีศาจค้างคาวลดจังหวะกระพือปีก ก่อนเลี้ยวฉวัดเฉวียนในทางถ้ำแคบ ๆ แล้วมุดเข้าไปในทางแยกที่ซ่อนเร้นยิ่งกว่าเดิม
เสียงของมันลอยย้อนมาจากส่วนลึกของทางถ้ำ เจือแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
“ตามมาสิ เหตุใดไม่ตามเข้ามาเล่า? คนของสำนักปราบมารพวกเจ้าไม่ถนัดไล่ล่าไม่ลดละที่สุดหรอกหรือ?”
“คราวก่อนพวกนายกองยังกล้าเข้ามาคลำหาถ้ำรังของข้าบ้าง แต่เจ้ากลับไม่กล้าแม้แต่จะก้าวข้ามปากถ้ำ ยืนอวดเก่งอยู่ข้างนอกทำไม?”
มันขยายขอบเขตญาณออกไปอีกครั้ง หลังยืนยันว่าในรัศมีหลายลี้ไม่มีภัยคุกคามอื่นใดแล้ว ความมั่นใจก็ยิ่งเพิ่มพูน
