ลู่หยวนเงยหน้าขึ้น แววตาเผยความดูแคลน
“ชักนำกระแสน้ำทั้งทะเลสาบงั้นหรือ?”
สิ้นเสียง เคล็ดคุนซวีค้ำฟ้าก็ถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด สะพานฟ้าดินส่งเสียงคำรามกึกก้อง เงาภูเขาเทพปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา สูงเสียดฟ้าหยั่งถึงปฐพี
เงาภูเขาเทพทิ้งตัวลงบนผิวน้ำทะเลสาบอย่างแผ่วเบา กระแสน้ำทั้งทะเลสาบพลันถูกสะกดจนไม่ไหวติง
วังน้ำวนที่เชื่อมฟ้าจรดดินหยุดชะงักกลางอากาศฉับพลัน จากนั้นก็เริ่มแตกสลายทีละริ้วจากยอด ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำโปรยปรายลงสู่ผิวน้ำ
ร่างหลิ่วชางหลานสั่นสะท้าน นางรู้สึกได้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างสะพานฟ้าดินกับกระแสน้ำถูกพลังอันมิอาจต้านทานสะกดข่มอย่างรุนแรง
น้ำในทะเลสาบยังคงอยู่ กระแสน้ำก็ยังคงอยู่ ทว่าทะเลสาบจิ้งพั่วทั้งผืนถูกภูเขาเทพลูกนั้นสะกดเอาไว้ ไม่อาจควบคุมได้แม้แต่น้อย
หลิ่วชางหลานทั้งโกรธทั้งตกตะลึง นางเค้นเสียงถาม “เจ้าสะกดกระแสน้ำในทะเลสาบไว้ แล้วจะให้ข้าใช้วิชาอย่างไร?”
“ทะเลสาบจิ้งพั่วไม่ใช่สนามถนัดของเจ้างั้นหรือ?”
ลู่หยวนย้อนเย้ยประโยคหนึ่ง จนใบหน้าหลิ่วชางหลานแดงก่ำ ความอัดอั้นขุมหนึ่งจุกแน่นอยู่ในอก หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
นางเชี่ยวชาญวิชาอาคมธาตุน้ำ เพียงครอบครองกระแสน้ำก็แทบไร้พ่ายเมื่อต่อสู้กับผู้บำเพ็ญระดับเดียวกัน
ใครจะคิดว่าวันหนึ่งนางจะถึงขั้นไม่อาจก่อระลอกคลื่นขึ้นมาได้แม้แต่น้อย
“อาศัยอานุภาพของเคล็ดวิชาเช่นนี้จะนับเป็นความสามารถอันใด? หากแน่จริงก็จงปล่อยกระแสน้ำ แล้วรับการโจมตีจากข้า!”
“แม้แต่วิชาอาคมยังใช้ไม่ได้ ยังกล้าเห่าหอนอีกหรือ?”
แววตาลู่หยวนเย็นเยียบ แรงกดดันมหาศาลถาโถมลงมาจากฟากฟ้า
หลิ่วชางหลานรีบตั้งรับ ทว่ากลับไร้กำลังต้านทาน แรงกดดันมหาศาลกระแทกลงตรงศีรษะ ส่งร่างนางพุ่งทะลวงลงสู่ก้นทะเลสาบ
