มาฝูมองภาพตรงหน้า สีหน้าฉายแววตื่นตะลึง
ต่างจากต้วนเฟิงที่มีเพียงพลังขั้นเปลี่ยนชั้นแปด เขาเป็นถึงผู้บังคับบัญชาสำนักงานกิ่งชายแดน มีพลังขั้นเปลี่ยนขั้นสูงสุด ผ่านการคลุกคลีอยู่รอบนอกถ้ำอสูรมานานกว่ายี่สิบปี จึงมั่นใจว่าสายตาตนไม่เลว
ทว่าชั่วขณะที่ลู่หยวนซัดผู้อาวุโสอาภรณ์เทาจนกระเด็นด้วยหมัดเมื่อครู่ เขากลับจับวิถีหมัดไม่ทันแม้แต่น้อย
ความเร็วและพละกำลังนั้น เกินกว่าผู้ฝึกขั้นเปลี่ยนชั้นเจ็ดจะสำแดงออกมาได้โดยสิ้นเชิง
แข็งแกร่งจนบดขยี้ทุกสิ่งอย่างแท้จริง!
แม้พลังของลู่หยวนจะต่ำกว่าเขาหนึ่งชั้น แต่มาฝูกล้ายืนยันว่า ต่อให้ตนทุ่มสุดกำลัง ก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของลู่หยวนได้
“น่ากลัวเกินไปแล้ว...”
มาฝูพึมพำกับตนเอง ก่อนจะเหลือบมองหลี่เจิ้นเยว่ที่ยืนอยู่ข้างกายโดยไม่รู้ตัว
แต่จอหงวนดาบทองผู้นี้กลับมีสีหน้าเป็นปกติ เพียงหรี่ตาลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าหลี่เจิ้นเยว่เองก็คาดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสอาภรณ์เทาจะพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้
ในเวลานั้นเอง หัวใจของทุกคนพลันเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
ลู่หยวนเงยหน้ามองไปทางประตูป้อมปราการ สัมผัสกดดันอันน่าเกรงขามสายหนึ่งกำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างเชื่องช้า
กลิ่นอายดังกล่าวมิได้แผ่ออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ทว่ากลับทำให้ผู้คนรู้สึกกดดันประหนึ่งมีขุนเขาเคลื่อนที่เข้ามา
ผู้มาเยือนเป็นหญิงชราสวมชุดคลุมยาวสีขาวเรียบ ผมสีเงินเต็มศีรษะรวบไว้อย่างลวก ๆ ด้วยปิ่นไม้ ใบหน้าซูบผอม ริ้วรอยหางตาลึกชัด ก้าวเดินไม่เร่งไม่ช้า
นางมีสมญาว่าท่านย่าอวิ๋น มาจากสำนักอวิ๋นลู่ ซึ่งอยู่นอกเหนือสี่สำนักแห่งชายแดน
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น...”
ท่านย่าอวิ๋นหยุดยืนตรงปากทางเข้าหอโถงใหญ่ ดวงตาชราสะท้อนภาพผู้คนเบื้องหน้า
