อารามเสวียนชิงมิใช่สำนักเล็ก ๆ ธรรมดา
เมื่อเกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ขึ้นภายในสำนัก นักพรตเฒ่าผู้ปิดด่านบำเพ็ญมาหลายปีก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป
เหนือเมิ่งหวยเสวียนยังมีประมุขอารามผู้เฒ่าอยู่ผู้หนึ่ง เป็นยอดฝีมือขั้นเวหาชั้นแปด ห่างจากการก้าวสู่จุดสูงสุดของขั้นเวหาเพียงครึ่งก้าว
เขารับศิษย์ไว้เพียงคนเดียวคือเมิ่งหวยเสวียน และบ่มเพาะอีกฝ่ายด้วยตนเองจนกลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขอารามเสวียนชิง
บัดนี้เมิ่งหวยเสวียนถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าศิษย์ทั้งอาราม แล้วยังถูกช่วงชิงอายุขัยไปถึง 100 ปี นักพรตเฒ่าผู้นี้จะนิ่งดูดายได้อย่างไร?
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานลงมาด้วยความเร็วอันน่าตกตะลึง
มิใช่ว่าเขามาช้า แต่เมิ่งหวยเสวียนพ่ายแพ้เร็วเกินไปต่างหาก
ตั้งแต่หมอกสีเทาปรากฏขึ้นจนกระทั่งอายุขัย 100 ปีของเมิ่งหวยเสวียนถูกช่วงชิงไป ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา
นักพรตเฒ่าผู้นี้ปิดด่านอยู่หลังเขามาหลายปี ทันทีที่สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังปราณก็ทะลวงด่านออกมาทันที การมาถึงที่เกิดเหตุในยามนี้นับว่าเขาทุ่มสุดกำลังแล้ว
เมื่อเห็นร่างกายของเมิ่งหวยเสวียนทรุดโทรมจนหมดสติ นักพรตเฒ่าก็เดือดดาลจนแทบคลุ้มคลั่ง
แรงกดดันจากยอดฝีมือขั้นเวหาจุดสูงสุดหนักหน่วงดุจขุนเขา ทะลักลงมาจากฟากฟ้า
แม้ศัตรูแข็งแกร่งจู่โจม ลู่หยวนกลับไม่ลนลาน เขาสังหารศัตรูผู้แข็งแกร่งมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่เมืองหลินชวนจนถึงซั่วหยาง
วันนี้เมื่อกล้าก้าวเข้ามาในอารามเสวียนชิงเพียงลำพัง เขาก็เตรียมพร้อมรับมือทุกสิ่งไว้แล้ว
“ฮึ!”
พร้อมเสียงแค่นหัวเราะเย็นชา แรงกดดันอันแข็งแกร่งก็แผ่ลงมา ลู่หยวนก้าวออกไปหนึ่งก้าว เงาภูเขาเทพผุดทะยานขึ้นจากเบื้องหลัง ค้ำฟ้าทะลวงปฐพี
