พลังหมัดกวาดกระหน่ำ สะเทือนจนผืนดินแตกร้าว
พลันมีเสียงเย็นเยียบประหนึ่งคมดาบของลู่หยวนดังขึ้นข้างหูราชันปีศาจเกล็ดทมิฬ
“เผ่าปีศาจของพวกเจ้ากินมนุษย์เป็นอาหาร นอกเขตรกร้างออกไปล้วนเป็นถิ่นของมนุษย์ เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าจะมีวันนี้?”
น้ำเสียงหนักแน่น ราวกับกำลังถามแทนดวงวิญญาณของผู้คนที่ถูกปีศาจเข่นฆ่า
ความแค้นระหว่างเผ่าพันธุ์ไม่อาจคลี่คลายได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ลู่หยวนเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งแล้ว
เขาเคยคิดอยู่หลายครั้งว่า หากต้องเผชิญกับตัวตนเช่นนี้ ควรจัดการอย่างไรจึงจะคู่ควรกับชุดขุนนางของสำนักปราบมารที่สวมอยู่
แต่ไม่ว่าจะคิดกี่ครั้ง คำตอบก็มีเพียงหนึ่งเดียว
มีแต่ต้องฆ่าเท่านั้น
ลู่หยวนยืนตระหง่านท่ามกลางพายุคลั่ง ประกายทองเจิดจรัสไหลวูบอยู่ในรูม่านตา
เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน สะเทือนจนผู้คนหูอื้อ เสื้อคลุมพลิ้วสะบัดท่ามกลางลมกรรโชก
ราชันปีศาจเกล็ดทมิฬที่อยู่บนพื้นพยายามโต้กลับอยู่ตลอด แต่ไม่อาจรวบรวมพลังเพื่อปล่อยการโจมตีได้แม้แต่ครั้งเดียว
ลู่หยวนเป็นดั่งเทพสังหาร ไม่ว่าคู่ต่อสู้เช่นใดจะขวางหน้า ก็ล้วนถูกหมัดอันดุดันของเขาซัดจนแหลกสลาย พร้อมพรากชีวิตไปด้วย
ยามนี้ปีศาจแม่ทัพผู้คุ้มกันคอแห้งผาก ดวงตาเหม่อลอยจ้องไปเบื้องหน้า ข้างหูมีแต่เสียงกรีดร้องแสนทรมานของราชันปีศาจเกล็ดทมิฬ จนไม่เหลือแม้แต่ความกล้าที่จะก้าวเข้าไป
มันไม่กล้าสบตาร่างนั้นอีกต่อไป
แม้แต่ราชันปีศาจเกล็ดทมิฬผู้สูงส่งจนผู้คนในเมืองศิลาดำได้แต่มองขึ้นไป ยามนี้ยังถูกลู่หยวนบดขยี้อยู่บนพื้น ส่งเสียงร้องโหยหวนประหนึ่งหมูถูกเชือด ไม่เหลือท่วงท่าสงบนิ่งเช่นวันวานแม้แต่น้อย
