บรรยากาศพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
ลู่หยวนปัดฝุ่นออกจากปลายแขนเสื้อ ก่อนหันไปถามสวีฮ่าวว่า
“สำนักงานถ้ำอสูรมีข่าวส่งกลับมาหรือไม่?”
หลังจัดการเรื่องที่นี่เสร็จ เขาก็ไม่คิดจะกลับไปยังสำนักงานติ้งอันอีก จึงมอบวัสดุวิญญาณที่ยึดมาจากสำนักชางอวิ๋นให้สวีฮ่าวจัดการไปเสีย พร้อมกับสอบถามความคืบหน้าในการกวาดล้างเผ่ามดเพลิงทางฝั่งหลี่เจิ้นเยว่ด้วย
ในสี่สำนักแห่งดินแดนชายขอบ ยังเหลือภูเขาลั่วเฉินกับหุบเขาดาวเหิน ส่วนหลิ่วซิงซูย่อมหนีไม่พ้น แต่หากในถ้ำอสูรยังมีขุนพลปีศาจที่เล็ดลอดไปได้ ก็ถือโอกาสกำจัดเสียให้สิ้น
สวีฮ่าวได้ยินดังนั้นจึงค่อยตั้งสติได้ รีบกล่าวว่า
“เรียนใต้เท้าลู่ สำนักงานถ้ำอสูรส่งข่าวมาว่า ผู้บัญชาการหลี่บุกเข้าไปถึงส่วนลึกของรังมดแล้ว อีกไม่นานก็คงสังหารราชินีมดเพลิงได้ เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไร?”
“หลังราชันปีศาจทั้งสามตายลง กองกำลังปีศาจและมารที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำอสูรต่างไร้ผู้กดข่ม กลับมีแนวโน้มจะแยกกันสู้รบ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ อีกไม่นานฝูงปีศาจขนาดใหญ่คงบุกโจมตีแนวป้องกันรอบนอกของสำนักงาน”
“ไม่เป็นไร เรื่องฝูงปีศาจค่อยว่ากันหลังจัดการสี่สำนักแห่งดินแดนชายขอบแล้ว”
“ส่วนงานเก็บกวาดหลังสำนักชางอวิ๋นล่มสลาย ก็ให้สำนักงานติ้งอันของพวกเจ้าจัดการ ทำให้เรียบร้อยหน่อย”
“ขอรับ!”
สวีฮ่าวกับเหล่าองครักษ์ปราบมารที่อยู่เบื้องหลังขานรับพร้อมกัน
ลู่หยวนพยักหน้า ไม่กล่าวอะไรอีก ร่างของเขาพลันกลายเป็นเงาพร่า พุ่งทะยานออกไป
สวีฮ่าวมองแผ่นหลังนั้น แล้วคลี่ยิ้มอย่างโล่งใจ
เพียงไม่นาน สำนักชางอวิ๋นซึ่งเป็นมหาอำนาจยิ่งใหญ่ ก็ถูกอีกฝ่ายเล่นงานจนแทบพินาศ
