เจียงปู๋เฉินยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย พลางมองปีศาจตนหนึ่งที่ถูกสะกดร่างไว้เบื้องหน้า
“แค่เจ้าเนี่ยนะ เรียกว่าปีศาจขั้นเร้นลับได้ด้วย?”
น้ำเสียงของเขาไม่ดังนัก ทว่าฟังดูรำคาญใจอยู่หลายส่วน
เขาสะบัดฝ่ามือออกไปอย่างส่งเดช วานรปีศาจถูกฟาดกระเด็นลงพื้น ดินโคลนกระจายฟุ้งเป็นวงกว้าง
วานรปีศาจคำรามลั่น ก่อนจะยันกายลุกขึ้นจากพื้น ในดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ
พลังปีศาจในกายพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง
เจียงปู๋เฉินกำมือทั้งห้านิ้วเข้าหากัน
“เคล็ดอักษรโต้ว ทลายแปดแดนรกร้าง”
ภายในร่างวานรปีศาจ แก่นปีศาจพลันระเบิดออก
หมอกโลหิตพวยพุ่ง ร่างของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เลือดเนื้อหลุดร่วงเป็นก้อน ๆ ราวกับดินโคลนโปรยกระจายเต็มพื้น
เจียงปู๋เฉินเอนกายเล็กน้อย ก่อนหันไปมองคนผู้หนึ่งซึ่งกำลังก้าวเดินมาจากทางหลวงเบื้องหน้า
คนผู้นั้นสวมเสื้อคลุมผ้าไหมปักดิ้นทอง ลวดลายพยัคฆ์ดุร้ายเหยียบย่ำอาถรรพ์ปักอยู่บนผืนผ้า ลายทอเร้นบนแพรพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต
“ใต้เท้าเสิ่น หากมีงานก็พูดมาตรง ๆ”
เขาปรือเปลือกตา ท่วงท่าสบาย ๆ
เสิ่นโม่เหลือบมองศพปีศาจ แววตาแฝงความพอใจ
“ใช้เคล็ดอักษรหลินสะกด ใช้เคล็ดอักษรโต้วสังหารในคราเดียว สังหารปีศาจขั้นเร้นลับได้ภายในสองลมหายใจ ปู๋เฉิน วจีเก้าอักษรของเจ้ายิ่งชำนาญลึกล้ำขึ้นทุกที”
เจียงปู๋เฉินปรายตามองเขา ก่อนหาวออกมาคราหนึ่ง
“ไม่พูดใช่ไหม? ถ้าไม่พูด ข้าจะนอนแล้ว”
“...”
มุมปากเสิ่นโม่กระตุก ก่อนเอ่ยว่า “สายธารปฐพีแห่งหลินชวนเสียสมดุล ปีศาจอาละวาดถี่ขึ้น ข้าหวังให้เจ้าไปช่วยปราบปีศาจ”
เจียงปู๋เฉินหันมองขอบฟ้า “หลินชวน...”
“เพิ่งส่งนายกองปราบมารไปคนหนึ่งไม่ใช่หรือ? ทำไม เขารับมือไม่ไหวหรือ?”
เสิ่นโม่กล่าวอย่างจนใจ “ไออัปมงคลรั่วไหล ปีศาจจะยิ่งอาละวาดถี่ขึ้น ต่อให้เขารับมือไหว แต่ชาวบ้านรับมือไม่ไหว”
