หากมิใช่เพราะลู่หยวนมีวิชาย่อปฐพีเป็นคืบและปีกเพลิงช่วยเร่งฝีเท้าตลอดทาง เกรงว่าคงพลาดศึกอันหาได้ยากครั้งนี้ไปเสียแล้ว
“ไม่สู้กันได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ราชาปีศาจเกล็ดเย็นก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ถึงกับหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดกลางอากาศจริง ๆ
มันมองอีกฝ่ายด้วยแววตาหวาดกลัว ร่างแข็งทื่อประหนึ่งรูปสลักที่ถูกแช่แข็ง
ไม่กล้าขยับ มันไม่กล้าขยับแม้แต่น้อยจริง ๆ
ทว่าชั่วพริบตาถัดมา ลู่หยวนก็คลายมือ
ลำแสงทำลายล้างดุจดวงตะวันกลางนภาสีครามฉีกผ่านเวหา ก่อนพุ่งกระแทกร่างบอบบางของราชาปีศาจเกล็ดเย็นอย่างฉับพลัน
ภายใต้แรงปะทะของพลังแห่งธรรมบัญญัติ เกราะน้ำแข็งทั่วร่างของมันแตกสลายสิ้น
ความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมไปทั่วร่าง ราชาปีศาจเกล็ดเย็นหวาดผวาจนแทบสิ้นสติ จำต้องเผยร่างแท้กลางอากาศ
มันคือกิ้งก่ายักษ์เกล็ดเย็น ร่างถูกวิชากัดกร่อนแสงกระหน่ำจนเกล็ดแตกร้าว เลือดเนื้อกระจายเกลื่อน!
“เจ้าหลอกข้า!!”
เสียงกรีดร้องของราชาปีศาจเกล็ดเย็นโหยหวนสุดขีด
ร่างของมันถูกกระแทกลงสู่ผืนดินลึก ความสำนึกเสียใจอย่างไร้ขอบเขตกลืนกินสติของมัน
มนุษย์ต่ำช้า!
มนุษย์เจ้าเล่ห์!
ชั่วพริบตาถัดมา ธรรมบัญญัติผนึกทะลักลงสู่ใต้พิภพ ห่อหุ้มร่างของมันไว้ ก่อนบดขยี้จนกลายเป็นโลหิตด้วยวิธีอันอำมหิตที่สุด
“ข้าหลอกเจ้า? นี่เรียกว่าศึกสงครามย่อมไม่รังเกียจเล่ห์กลต่างหาก!”
ในวาระสุดท้ายของชีวิต ราชาปีศาจเกล็ดเย็นราวกับได้ยินเสียงเย้ยหยันของลู่หยวน จากนั้นสติก็จมหายไปกับความเจ็บปวดแสนสาหัส
“ใต้เท้าลู่…ท่าน…”
หลี่เจิ้นเยว่ยืนอยู่ด้านข้าง มือหิ้วดาบทองฝังลายที่เต็มไปด้วยรอยร้าว สีหน้าเหม่อลอยราวกับคนโง่งม