ไม่ได้!
ต้องขวางไว้ให้ได้!
หากถูกยันต์อำมหิตนี้โจมตี ต่อให้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส!
ด้วยแรงผลักดันจากสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด เฝิงต้วนไม่สนใจภาพลักษณ์อีกต่อไป พลังบำเพ็ญขั้นเปลี่ยนชั้นหกพลันทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก
เขาสะบัดมือทั้งสองข้าง ยันต์คุ้มกายสิบสองแผ่นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อพลันทำงานพร้อมกัน คลี่ซ้อนกันเป็นชั้นเบื้องหน้า กลายเป็นกำแพงโล่ที่ถักทอขึ้นจากแสงยันต์
ทว่าเฝิงต้วนเป็นถึงบุคคลระดับผู้อาวุโส ฝึกฝนมาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าการตั้งรับอย่างเดียวไม่ใช่ทางแก้ในระยะยาว
เขากัดปลายลิ้นอย่างแรง พ่นโลหิตบริสุทธิ์ใส่ฝ่ามือ ก่อนใช้มันลากเส้นวาดยันต์โลหิตสามแผ่นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ยันต์สำเร็จ ลมปราณรอบกายก็พลันพุ่งทะยาน!
นี่คือวิชาสู้สุดชีวิตที่สืบทอดเป็นความลับของอารามเสวียนชิง ใช้โลหิตบริสุทธิ์เป็นตัวนำ บังคับดันพลังบำเพ็ญของตนขึ้นสู่ขั้นเปลี่ยนชั้นเจ็ด แลกพลังโจมตีครั้งหนึ่งในยามคับขันด้วยอายุขัย!
นี่คือไพ่ตายช่วยชีวิตที่เฝิงต้วนเก็บงำไว้ กว่าสิบปีมานี้เขาไม่เคยใช้มันต่อหน้าผู้ใด
โลหิตบริสุทธิ์เป็นตัวนำ อายุขัยเป็นเชื้อเพลิง ยันต์โลหิตสามแผ่นหมุนวนอยู่รอบกาย อักขระบนยันต์สว่างจ้าราวเหล็กเผาไฟ
ชั่วขณะนี้ ไม่ว่าจะผู้บัญชาการปราบมารหรือยมบาลเสื้อเลือด เขาล้วนโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง
เขารู้เพียงว่า หากขวางยันต์อำมหิตตรงหน้าไว้ไม่ได้ ผู้อาวุโสแห่งอารามเสวียนชิงอย่างเขาคงต้องมาตายบนเขาชางเหลียว!
ยันต์คุ้มกายสิบสองแผ่นส่องประกายเจิดจ้า ปกป้องรอบกายเขาไว้อย่างแน่นหนา ความมั่นใจจึงผุดขึ้นในใจ
เมื่อมีค่ายกลยันต์เสริมพลังเช่นนี้ ต่อให้ผู้บำเพ็ญขั้นเปลี่ยนชั้นแปดมาถึง ก็ใช่ว่าจะทำลายได้ในกระบวนท่าเดียว
