แสงจันทร์สลัวส่องสว่างไปทั่วทุกมุมของหมู่บ้าน
หนิงเฟยรับหน้าที่เป็นพิธีกร จึงต้องติดตามขบวนไปตลอดทางและดำเนินพิธีการ
ในหมู่บ้านมีงานมงคลใหญ่
ทุกคนมารวมตัวกันหน้าประตู รอเจ้าสาวออกมา
พวกเขาส่งเสียงจ้อกแจ้กพูดคุยกันว่า ซิ่วเหอจากบ้านป้าหม่ากำลังจะแต่งงานเสียที
ใบหน้ากบหลายใบเบียดชิดกัน มองอย่างไรก็ชวนให้รู้สึกประหลาด
หนิงเฟยยืนอยู่เบื้องหน้าฝูงชน แผ่นหลังชุ่มเหงื่อจนเปียกชื้น ไม่กล้าขยับตัวส่งเดช แม้แต่ตอนพูดก็ยังมีเสียงสั่นเล็กน้อย
“เชิญเจ้าสาว!”
เฟิงเย่ากับฉินอวี่หามเกี้ยวสีแดงไปรับเจ้าสาว
พอพูดจบ หนิงเฟยก็ขยับเข้าไปใกล้ฉินอวี่ ใครจะคิดว่าไหล่พลันชนเข้ากับใครคนหนึ่ง ด้วยความมีมารยาท เขาจึงเกือบเอ่ยขอโทษออกไปตามสัญชาตญาณ
แต่พอเงยหน้า ใบหน้ากบที่เต็มไปด้วยตุ่มหนองก็ยื่นเข้ามาประชิด ทำเอาเขาตกใจจนแทบขาอ่อน
“ฮะ ๆ” เขาหัวเราะแห้ง ๆ สองที
ได้ฤกษ์มงคล เสียงปี่สั่วน่าดังขึ้น
นักเป่าปี่ทั้งสี่คนบรรเลงพร้อมกัน เสียงดังกึกก้องไปทั่วฟ้า
ในเวลาเดียวกัน เหนือผืนป่าหมอกแดงก็ปรากฏนกกางเขนสีดำหลายพันตัว บินเรียงรายแน่นขนัดราวกับปกคลุมท้องฟ้า วนเวียนอยู่เหนือผืนป่า
สมาชิกกองเรือสหพันธ์ต่างถือเครื่องตรวจจับผีร้ายแบบพิเศษไว้ในมือ เพื่อค้นหาทางเข้า
เงาดำทะมึนทาบลงมา ทุกคนพากันเงยหน้ามองฟ้า
“ไม่คิดเลยว่ารองหัวหน้าทีมอันหลานจะมีความสามารถแบบนี้ด้วย ถึงกับเป่าปี่สั่วน่าเป็น” ฉินอวี่แอบอู้งาน พึมพำเสียงเบา
เฟิงเย่าตอบรับด้วยเสียง “อืม” เรียบ ๆ
น่าเบื่อจริง ทำไมถึงจับเขามาอยู่คู่กับเฟิงเย่าที่แกล้งเป็นใบ้ด้วยนะ
