รถสามล้อคันเล็กบรรทุกผู้ใหญ่สองคนอยู่ เดิมทีบันไดถีบก็ขึ้นสนิมอยู่บ้างแล้ว พอมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นก็ยิ่งถีบได้ลำบาก
เผยเจาไม่ปริปากสักคำ มีเหงื่อซึมตรงหน้าผากเล็กน้อย
แต่เขายังคงถีบได้อย่างคล่องแคล่วทุกครั้ง
ซูยวนถูกสายตาของเผยลั่วจับจ้องจนรู้สึกขนลุก แม้จะเข้าใจว่าเผยลั่วไม่ค่อยได้เห็นคนอื่นนอกจากพี่ชายของตัวเอง แต่เธอก็ไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกคนจ้องมองไม่วางตาแบบนี้เลย
เธอกำลังจะเอ่ยปากบอกเผยลั่วว่าอย่าจ้องเธออยู่ตลอด จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามมาจากถนนด้านซ้าย
เสียงคำรามดังสนั่น สะเทือนไปทั่วทั้งถนน
ถนนที่เคยเงียบสงัดและรกร้างเริ่มมีเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดดังขึ้น พวกมันเคลื่อนออกจากมุมมืดมุ่งหน้าสู่ถนน
ซูยวนคิดในใจว่าแย่แล้ว เธอเงยหน้ามองเผยเจา แต่กลับพบว่าเขาขี่รถสามล้อไปหลบอยู่หลังที่กำบังแล้ว
“ชู่—”
เขาส่งสัญญาณให้เงียบอย่างเคร่งขรึม
ตรงสี่แยก รถยนต์สีดำที่ดัดแปลงมาแล้วพุ่งออกจากถนนด้านซ้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมุ่งไปทางด้านหน้าของพวกซูยวน ทิ้งฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง
【ระบบ ไหนบอกว่าแผนที่อยู่ข้างหลังฉันหกกิโลเมตรไง?】
ซูยวนจ้องควันไอเสียท้ายรถยนต์คันนั้นด้วยแววตาเย็นชา
ไม่มีแผนที่ แต่กลับรู้ทิศทาง แถมยังหารถที่ใช้งานได้มาอีกคัน
เธอไม่สงสัยเลยว่าคนพวกนี้ต้องใช้วิธีพิเศษเพื่อให้ได้รถมาอย่างไม่ถูกต้องแน่
อย่างเช่น...ปล้นผีร้าย
เผยลั่วมองรถคันนั้นด้วยแววตาอิจฉา “พี่ รถสปอร์ตนี่นา!”
เขาไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน เคยเห็นแค่ในหนังสือภาพที่พี่ชายหามาให้
“พี่ นครสุขสันต์ยังมีคนอยู่อีกเยอะจริง ๆ ด้วย ถ้าผมหายดีแล้ว ผมก็จะได้เป็นเพื่อนกับพวกเขาเหมือนคนปกติ!”
