“โครม!”
ฉินอวี้ก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ยังไม่ทันร้องเจ็บ เสียงกลืนน้ำลายของเขาก็ดังชัดเจนเป็นพิเศษในห้องรับรองอันเงียบสงัด
เขาเงยหน้ามองซูยวนอย่างตัวสั่นงันงก
รอยแยกสามารถเชื่อมไปยังโลกมนุษย์ได้!
นั่นก็หมายความว่า โลกมนุษย์กำลังจะเผชิญการรุกรานจากผีร้ายครั้งใหญ่ไม่ใช่หรือ!
“พี่ พี่ยวน...”
ซูยวนเองก็ชะงักไปชั่วขณะ แต่ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว ไม่เสียอาการเหมือนฉินอวี้ เธอปิดสมุดรายการประมูลลงอย่างใจเย็น
“จะตื่นตระหนกไปทำไม กลัวว่าพวกเราจะบุกไปฆ่าล้างมนุษย์หรือไง?”
เมื่อซูยวนส่งสัญญาณ ฉินอวี้ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันที พี่ยวนยังปลอมตัวเป็นผีร้ายอยู่ เขาจะเผยพิรุธและสร้างปัญหาให้พี่ไม่ได้เด็ดขาด
“ผะ ผมแค่ตกใจน่ะ ไม่คิดเลยว่าโลกผีร้ายกับโลกมนุษย์จะเชื่อมถึงกันได้จริง ๆ ฮะ ๆ...” ฉินอวี้ฝืนยิ้มจนดูน่าสมเพชยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก
ซูลี่ไป๋มองปฏิกิริยาของทั้งคู่ เม้มปากเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง ถึงรอยแยกจะเปิดออกแล้ว แต่ข้อจำกัดของหมอกแดงก็ยังอยู่”
“โลกมนุษย์ของพวกคุณยังปลอดภัย”
ฉินอวี้ไม่ทันสังเกตน้ำเสียงหยั่งเชิงของซูลี่ไป๋ เขาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “อย่างนั้นก็ดี”
ขอเพียงไม่ใช่การรุกรานครั้งใหญ่ และยังมีข้อจำกัดอยู่ ก็ยังพอหาทางรับมือได้
แต่นี่จะนับเป็นผลงานใหญ่ได้หรือเปล่านะ?
คราวนี้พอกลับไป เขาฉินอวี้ก็จะกลายเป็นผู้มีผลงานอันดับสอง ช่วยกู้หน้าตระกูลฉินได้เสียที จะได้ดูสิว่าใครยังกล้าพูดว่าเขาเป็นไอ้ไร้ประโยชน์ที่อาศัยบารมีตระกูลอีก
