สองวันต่อมา
นครจินหลิง
ภายในหอศิลป์ริมถนนแห่งหนึ่ง เจ้าของร้านกำลังเช็ดฝุ่นบาง ๆ บนเคาน์เตอร์อย่างตั้งใจ
เด็กสาวสามคนในชุดนักเรียนเดินเข้ามาในหอศิลป์ แต่กลับไม่มีใจชมภาพวาด เอาแต่จ้องเจ้าของร้านพลางกระซิบกระซาบชี้ชวนกันดู
“เขาหล่อจังเลย”
“ตรงไหนกัน ก็ธรรมดาออก”
“ธรรมดาเหรอ แล้วทำไมพอเข้ามาถึงได้จ้องตาแทบถลนล่ะ?”
เจ้าของร้านแสยะยิ้ม เก็บผ้าเช็ดโต๊ะแล้วเดินไปหาพวกเธอ “นักเรียน ต้องการให้ช่วยอะไรไหม?”
“มะ...ไม่ค่ะ พวกเราแค่อยากเดินดูเอง”
“เจ้าของร้าน เชิญทำธุระของคุณต่อเถอะค่ะ”
“อืม”
เจ้าของร้านยักไหล่ ก่อนจะทำความสะอาดต่อ
ลมพัดวูบหนึ่ง
ปากกาขนนกที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ตกลงพื้น เขาก้มลงเก็บมัน ทันใดนั้นลูกแก้วคริสตัลบนโต๊ะก็กลิ้งตกจากฐาน แตกเป็นแปดเสี่ยงดังเพล้ง
“เกิดอะไรขึ้น?”
เจ้าของร้านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบพู่กันขึ้นมาป้ายสีฟ้าลงบนคาง
กริ๊ง ๆ—
ชายห้าคนในเครื่องแบบสีดำเดินเข้ามาในหอศิลป์ สีหน้าพวกเขาเคร่งขรึม แม้แต่ท่วงท่าการเดินยังพร้อมเพรียงกันอย่างน่าประหลาด ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนที่มาจากกองทัพ
เมื่อเด็กสาวทั้งสามเห็นชายทั้งห้า ก็พลันรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง รีบจับมือกันเดินออกจากหอศิลป์
“พวกคุณมาธุระอะไร?”
เจ้าของร้านพลิกข้อมือ แอบหยิบไพ่ทาโรต์ใบหนึ่งออกมาจากใต้โต๊ะ
“เจ้าหน้าที่ทีมวางแผนประเทศมังกร” อาเจี้ยนก้าวออกมาจากกลุ่ม ชักปืนเล็งเจ้าของร้าน “อย่าขยับ! ยกมือขึ้น วางไว้ในที่ที่ผมมองเห็น”
