“ใจร้ายชะมัด!”
“ทำไมถึงชำนาญขนาดนี้?”
“แบบนี้คะแนนคุณธรรมจะไม่ลดลงไปอีกเหรอ?”
มีข้อความแปลก ๆ ลอยผ่านหน้าจอเป็นระยะ
หลังจากทำให้แฟนสาวโกรธจนเดินหนีไปแล้ว กู้อี้ไม่ได้จากไปทันที แต่แอบตามเธอไปเงียบ ๆ จนเห็นเธอขึ้นรถไฟกลับบ้าน ถึงค่อยจากมา
จากนั้นเขาก็รีบไปทำพินัยกรรมที่คลังพินัยกรรม ระบุว่าจะยกมรดกทั้งหมดหลังเสียชีวิตให้ตากับยาย
“หมายความว่ายังไง?”
“เพราะกู้อี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องตายเมื่อไปลอบสังหารพ่อเลี้ยง เขาถึงได้ทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้า”
“แล้วทำไมไม่แบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งให้แฟนสาวล่ะ?”
อาเจี้ยนมองข้อความถกเถียงกันอย่างดุเดือดบนหน้าจอ ก่อนจะอดหันไปกระซิบกับเหล่าจ๋ายไม่ได้ “พี่ ช่วยส่งข้อความให้หน่อย”
“มือแกไม่ได้หักเสียหน่อย ยังจะให้ฉันช่วยส่งข้อความอีก?”
“โธ่ หมอสั่งไม่ให้ขยับมากนี่นา...” อาเจี้ยนยิ้มพลางว่า “พี่บอกไปว่า กู้อี้ไม่อยากให้แฟนสาวรู้ข่าวว่าเขาตายหรือทำผิดกฎหมาย ถึงไม่ได้ยกมรดกให้เธอ เขาหวังว่าเมื่อเธอกลับบ้านเกิดแล้วจะได้แต่งงานกับคนดี ๆ”
“ฉันว่าสมองแกคงมีปัญหาจริง ๆ...”
เหล่าจ๋ายพูดจาด่าทอ แต่ก็ยังช่วยอาเจี้ยนส่งข้อความให้
ภาพตัดไปยังหน้าคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยง
พ่อเลี้ยงกำลังวิ่งออกกำลังกายรอบทะเลสาบ โดยมีบอดี้การ์ดสองคนคอยติดตาม
ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้น ศีรษะของพ่อเลี้ยงระเบิดราวกับดอกไม้ไฟ บอดี้การ์ดทั้งสองยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ถูกกู้อี้ซัดจนสลบ แล้วโยนทิ้งไว้ข้างทาง
เหล่าจ๋ายกับอาเจี้ยนจ้องหน้าจอเขม็ง ตกใจจนแทบไม่กล้าหายใจแรง
