เสียงกระซิบแหบพร่าเปี่ยมเสน่ห์ของโหลวเซียวแว่วอยู่ข้างหู
จิงเนี่ยนรู้สึกราวกับถูกจับย่างอยู่เหนือกองไฟ แต่ก็เหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในสายน้ำอุ่น
เขื่อนแห่งเหตุผลค่อย ๆ พังทลายลงทีละส่วน ภายใต้ฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามผิวกายเธอและจุดไฟขึ้นทุกแห่งหน
นิ้วมือที่กำเสื้อของเขาไว้คลายออกแล้วกำแน่น กำแน่นแล้วคลายออก
ปลายนิ้วสั่นระริก
จิงเนี่ยนเริ่มตอบรับเขาอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ หายใจไม่ทั่วท้องท่ามกลางความอ่อนโยนนับพันของโหลวเซียว
หัวใจเต้นรัวอยู่ตรงลำคอ
ในตอนนั้นเอง โหลวเซียวก็พลันเงยหน้าขึ้น ดวงตารูปดอกท้อสีดำสนิทลึกล้ำมืดมนจนยากหยั่งถึง
ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ข้างลำคอเธอ ทั้งเร่งร้อนและหนักหน่วง
เขาค้างอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ร่างกายแน่นิ่งไม่ขยับ
จิงเนี่ยนรู้สึกได้ว่าฝ่ามือใหญ่ซึ่งประคองท้ายทอยเธออยู่คลายแรงลงเล็กน้อย
เธอลืมตาขึ้นอย่างงุนงง ดวงตาคู่นั้นพร่าเลือนด้วยแรงปรารถนา ก่อนสบเข้ากับดวงตาของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เพียงคืบ
หญิงสาวกะพริบขนตา มองเขาด้วยดวงตารูปเมล็ดซิ่งที่ใสกระจ่างดุจสายน้ำ
สายตานั้นหวานฉ่ำราวกับน้ำเชื่อม คลอเคลียจนแทบยืดยาวเป็นเส้น
โหลวเซียวก็กำลังมองเธอ ทั้งสองสบตากัน พลางแลกเปลี่ยนลมหายใจ
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างรุนแรง ราวกับกำลังกลืนบางอย่างที่ขมฝาดเหลือทน
ความปรารถนาในดวงตาของเขากำลังต่อสู้กับเศษเสี้ยวสติที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างดุเดือด
ชายหนุ่มหลับตาลงฉับพลัน สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพ่นออกมาอย่างหนักหน่วง
“ซี้ด...”
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง คลื่นอารมณ์รุนแรงในแววตาดูเหมือนถูกกดข่มลงไปบ้างแล้ว ทว่าลมหายใจยังคงร้อนผ่าวและหอบหนัก
