เรื่องที่หลินชิงเยวี่ยออกเงินซื้อตำราเรียนให้โรงเรียนแพร่ไปถึงหูคนในตระกูลเสิ่นอย่างรวดเร็ว
หวังชุยเอ๋อพูดกับแม่เฉินอย่างโมโห “แม่ดูสิ หลินชิงเยวี่ยหมายความว่ายังไงกัน เอาเงินตั้งมากมายไปซื้อตำราเรียนให้โรงเรียน บ้าไปแล้วหรือไง”
“นั่นมันเงินของบ้านเราทั้งนั้นนะ! อยู่ ๆ ก็เอาไปให้คนอื่นแบบนี้ มันเกินไปแล้ว”
จางไหล่ตีก็มีสีหน้าโกรธเคือง พลางคล้อยตาม “นั่นสิ! เงินตั้งหลายร้อยหยวนเชียวนะ สร้างบ้านกระเบื้องหลังใหญ่ได้ตั้งหลายหลัง ตอนนี้กลับไม่เหลืออะไรเลย”
แม่เฉินขมวดคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย “หลินชิงเยวี่ยนี่ก็จริง ๆ เลย ไม่เห็นจะปรึกษาพวกเราก่อน เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้กลับเอาไปใช้เสียอย่างนั้น”
หวังชุยเอ๋อเดินวนไปมาในห้อง ปากก็บ่นพึมพำ “ยังไม่ทันได้เข้าบ้านเรา ก็ใช้เงินมือเติบขนาดนี้แล้ว ถ้าได้เป็นสะใภ้ตระกูลเสิ่นจริง ๆ ไม่ผลาญทรัพย์สินในบ้านจนหมดหรือไง”
เสิ่นชวนนั่งสูบยาเส้นเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ พอได้ยินเช่นนั้นก็สำลักไออยู่หลายครั้ง รอจนหายใจได้ตามปกติจึงพูดว่า “หลินชิงเยวี่ยเป็นปัญญาชน เงินที่เธอหามาได้เอง อยากใช้ยังไงก็ใช้ พวกคุณจะไปยุ่งอะไรนักหนา”
หวังชุยเอ๋อได้ยินแล้วก็ร้อนใจ รีบพุ่งไปตรงหน้าเสิ่นชวน “คุณพูดอะไรน่ะ? อีกไม่นานเธอก็เป็นคนของตระกูลเสิ่นแล้ว เงินของเธอก็ต้องเป็นเงินของบ้านเราสิ”
“อีกอย่าง โรงเรียนนั่นก็ไม่ใช่ของบ้านเราเสียหน่อย เธอมีสิทธิ์อะไรเอาเงินไปทิ้งไว้ที่นั่น!”
แม่เฉินพยักหน้าตาม “ชวน เมียแกพูดถูก หลินชิงเยวี่ยทำแบบนี้ไม่เหมาะจริง ๆ”
