หลินชิงเยวี่ยรีบลุกขึ้นไปเปิดประตู ยิ้มพลางเชิญหลี่หมานหมานเข้ามา “เมื่อครู่ฉันเพิ่งเขียนจดหมายถึงผู้ใหญ่ที่เมืองหลวง กำลังจะปิดผนึกพอดี”
หลี่หมานหมานเดินเข้ามาในห้อง เหลือบเห็นกระดาษจดหมายบนโต๊ะก็ขยับเข้าไปดูด้วยความสงสัย “เขียนถึงพ่อเฮงซวยของเธอเหรอ จะบอกพวกเขาเรื่องเธอกับเสิ่นเช่อหรือไง”
หลินชิงเยวี่ยส่ายหน้าแล้วพยักหน้า ก่อนพับกระดาษจดหมายใส่ซอง “ฉันเขียนถึงป้าลิ่วกับคุณยายจางน่ะ พวกท่านเอ็นดูฉันมาตลอด”
“ก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกว่ายังไม่แน่นอน เลยไม่อยากให้พวกท่านเป็นห่วง ตอนนี้คิดว่าควรบอกพวกท่านแล้ว อีกอย่างก็อยากฟังความคิดของพวกท่านด้วย”
หลี่หมานหมานหยิบซองจดหมายขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ ยิ้มพลางพูดว่า “พวกท่านน่ะ ต้องหวังให้เธอได้ลงเอยกับคนดี ๆ อยู่แล้ว”
“เสิ่นเช่อถึงจะมีเรื่องน่าปวดหัวในบ้านเยอะแยะ แต่เขาจริงใจกับเธอ เรื่องนี้พวกเรามองเห็นกันอยู่”
หลินชิงเยวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มแล้วพูดว่า “ในเมื่อเธอเห็นดีด้วยกับเขา แล้วเมื่อกี้ทำไมยังพูดถึงเขาแบบนั้นล่ะ”
“ฉันไปเห็นดีด้วยกับเขาตอนไหน!” หลี่หมานหมานพูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “ฉันแค่คิดว่าปัญหาในตระกูลเสิ่นมันซับซ้อน แต่ตราบใดที่เสิ่นเช่อยืนอยู่ข้างเธอ ต่อให้ยากแค่ไหนก็ผ่านไปได้”
“จริงสิ เล่าให้ฉันฟังหน่อย วันนี้ที่ตระกูลเสิ่นเป็นยังไงบ้าง”
หลินชิงเยวี่ยรินน้ำใส่ชามส่งให้หลี่หมานหมาน ส่วนตัวเองก็นั่งลงตรงข้าม แล้วค่อย ๆ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตระกูลเสิ่นวันนี้
ตั้งแต่เริ่มแรกที่บ่นว่าน้ำตาลน้อยเกินไป ต่อด้วยจินตันแย่งเนื้อกระต่าย แล้วหวังชุยเอ๋อกับเสิ่นชวนทะเลาะกันจนลงไม้ลงมือ ก่อนจะจบลงที่เสิ่นเช่อปกป้องเธอออกมา หลินชิงเยวี่ยเล่าแต่ละเรื่องอย่างสงบนิ่ง ทว่าหลี่หมานหมานฟังแล้วกลับขมวดคิ้วขึ้นเรื่อย ๆ
