ป้าหลิวรับคำว่า “ฉันพูดเกินไปตรงไหนกัน รอเธอออกไปแล้ว ให้ทุกคนได้ดูกันชัด ๆ สาวจากเมืองนี่ไม่เหมือนใครจริง ๆ”
“ใช่ ๆ กลัวว่าคงมีคนไม่น้อยซุบซิบกันว่าเสิ่นเช่อโชคดีจริง ๆ” ป้าหูก็ยิ้มรับ
จังหวะนั้นเอง นอกลานบ้านพลันมีเสียงเอะอะกับเสียงประทัดดังขึ้น ปะปนกับเสียงโห่ร้องของพวกเด็ก ๆ
หลี่หมานหมานชะโงกหน้าออกไปมอง ก่อนร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น “มาแล้ว ๆ ขบวนรับขันหมากมาถึงแล้ว!”
หัวใจของหลินชิงเยวี่ยพลันเต้นกระตุก ช้อนในมือแทบจะถือไว้ไม่อยู่
ป้าหูตบมือเธอเบา ๆ “อย่าตื่นเต้นไปเลย ทำใจให้สบาย”
หลี่หมานหมานรีบรับชามจากมือเธอ “พอแล้ว อย่ากินต่อเลย ยังไม่ได้แต่งหน้าเลยนะ!”
“นั่นสิ ไปถึงตระกูลเสิ่นแล้วค่อยว่ากัน” ป้าหูพูดพลางหันไปมองหลี่หมานหมาน “หมานหมาน เธอแต่งหน้าให้ชิงเยวี่ย ส่วนป้าหลิวช่วยทำผมให้ ฉันจะจัดสินเดิมอีกสักรอบ”
หลี่หมานหมานถือกระเป๋าเครื่องสำอาง พลางยิ้มบอกว่า “วางใจได้เลย! ฉันจะแต่งให้เธอสวยสุด ๆ”
หลินชิงเยวี่ยถูกหลี่หมานหมานกดให้นั่งลงหน้ากระจก มองอีกฝ่ายเปิดกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็ก ภายในจัดวางดินสอคิ้ว ชาด และครีมบำรุงผิวกระปุกเล็กที่เสิ่นเช่อส่งมาให้อย่างเป็นระเบียบ
หลี่หมานหมานบีบครีมบำรุงผิวลงบนฝ่ามือเล็กน้อย ถูให้กระจาย ก่อนแตะลงบนใบหน้าของเธออย่างเบามือ “ลงรองพื้นก่อน ไม่อย่างนั้นชาดจะทาไม่ติด”
ครีมบำรุงผิวเย็น ๆ มีกลิ่นหอมจาง ๆ ละลายซึมลงบนผิวหน้า ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นในทันที
หลินชิงเยวี่ยหลับตาลง รับรู้ได้ถึงปลายนิ้วของหลี่หมานหมานที่ลูบไล้แก้มอย่างอ่อนโยน ความตื่นเต้นในใจค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความคาดหวังอันแปลกประหลาด
