จางไหล่ตีถูกขัดจนพูดไม่ออก แต่ในใจกลับไม่พอใจอย่างมาก
เดิมทีเธอคิดว่าจะได้ฉวยโอกาสเอาเนื้อกลับไปเยอะ ๆ แต่คราวนี้ป้าจางกับพวกนั้นกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้เลย
หวังชุยเอ๋อกลอกตา ก่อนดึงแขนจางไหล่ตี “ช่างเถอะ ๆ ป้าจางรู้ดีอยู่แก่ใจ เราอย่าไปยุ่งให้วุ่นวายเลย”
“ว่าแต่หมูแดงตุ๋นก็เสร็จแล้ว เราตักออกไปสองชามให้พ่อแม่ฉันชิมก่อนเถอะ” พูดจบก็ทำท่าจะไปตักเนื้อ
ป้าหลี่รีบเข้าไปขวาง “สะใภ้เสิ่นชวน แบบนี้ไม่ได้หรอก เนื้อมีจำนวนจำกัด พวกเธอตักออกไปสองชาม เดี๋ยวก็ไม่พอกันพอดี”
ป้าจางก็ช่วยพูดเสริม “นั่นสิ เสิ่นเช่อบอกแล้วว่าวันนี้พวกเราต้องเฝ้าเนื้อกับอาหารอย่างอื่นไว้ให้ดี ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ได้”
ทั้งสองคนพูดไม่ออก ได้แต่เดินจากไปอย่างขุ่นเคือง ก่อนออกจากประตูยังไม่ลืมหันกลับไปถลึงตาใส่หม้อหมูแดงตุ๋น
พวกป้าในครัวเห็นพวกเธอไปแล้วก็พากันถอนหายใจโล่งอก
ป้าหลี่เบ้ปาก “ฉันว่าพวกเธอแค่อยากกินเนื้อให้มากขึ้นเองต่างหาก ถึงได้หาเหตุผลฟังดูดีมาพูด”
ป้าจางแค่นเสียงแล้วพลิกเนื้อในหม้อ “เสิ่นเช่อกำชับฉันไว้เป็นพิเศษว่าให้ทำตามที่เขาบอกอย่างเดียว คนอื่นพูดอะไรไม่นับ ฉันจะปล่อยให้ความตั้งใจของเขาเสียเปล่าไม่ได้”
ขณะพูด เธอก็ตักซุปไก่ป่าหนึ่งชามใส่หม้ออีกใบ พลางบอกว่า “ซุปนี้ต้องตุ๋นต่ออีกสักพัก เก็บไว้ให้เจ้าสาวหนึ่งชาม จะได้บำรุงร่างกาย”
“รู้แล้ว เสิ่นเช่อกำชับพวกเราไว้แล้วว่าอาหารแต่ละอย่างให้ตักออกมาหนึ่งชาม ส่งไปไว้ที่ห้องหอม”
