คำตอบนั้นก็นับว่ายืนยันข้อสันนิษฐานของเธอได้
การหยอกล้อและทะเลาะกันระหว่างชุยเยว่เยว่กับกู้ยวี่ชวน เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่ได้เป็นอย่างที่ชุยเยว่เยว่พูดว่าเธอถูกบังคับหรือไม่เต็มใจ ควรพูดว่าเต็มใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า
ชุยเยว่เยว่ดูสนุกกับมันมาก
เธอเป็นคนนอก จะไปพูดมากทำไม เรื่องของคนอื่นก็อย่าเข้าไปยุ่งดีกว่า
ต่อไปเธอจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นและไม่รู้อะไรทั้งนั้น
เดิมทีคิดว่าเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับเธอแล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่าเช้าวันถัดมา พอเพิ่งมาถึงห้องเรียนก็ถูกกู้ยวี่ชวนซักไซ้
“เฮ้ หวังลี่ลี่ ฉันพูดกับเธอนั่นแหละ เธอนี่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นจริง ๆ เรื่องของฉันกับชุยเยว่เยว่เกี่ยวอะไรกับเธอ เธอจะพูดแทรกทำไม”
“ถ้าอยากย้ายที่นั่งก็ย้ายไป แต่อย่ายุให้ชุยเยว่เยว่ทำตาม”
“ฉัน...” หวังลี่ลี่โมโหจนโยนกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะ
“ฉันไปยุเธอตอนไหน นายมีเหตุผลบ้างไหม”
พูดถึงตรงนี้ พอเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของชุยเยว่เยว่ เธอก็เข้าใจขึ้นมาทันที ที่แท้ชุยเยว่เยว่เอาคำแนะนำที่เธอพูดไว้เมื่อวานไปบอกกู้ยวี่ชวน
ถึงได้มีเรื่องวันนี้ขึ้นมา
ไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไร ต่อไปเธอจะต้องอยู่ให้ห่างจากชุยเยว่เยว่
คนอะไรเนี่ย
ชุยเยว่เยว่เป็นฝ่ายบ่นเองว่าเธอทนกู้ยวี่ชวนไม่ไหว ส่วนเธอก็แค่เสนอคำแนะนำไปข้อเดียว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นความผิดของเธอไปหมด
หยวนชิงมาถึงห้องเรียนพอดี เพราะอยู่ใกล้กัน เขาจึงได้ยินเรื่องเข้าเล็กน้อย
พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ในหัวของเขาผุดคำใหญ่ ๆ ขึ้นมาสองคำว่า “ตัววุ่นวาย”
หมายถึงชุยเยว่เยว่
ชุยเยว่เยว่สังเกตเห็นสายตาของหยวนชิงที่ดูเหมือนเข้าใจทุกอย่างแล้ว จึงก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว
ทำไมต้องมองเธอแบบนั้นด้วย
เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
เธอก็ไม่ได้พูดผิดเสียหน่อย เห็น ๆ อยู่ว่าหวังลี่ลี่เป็นคนยุให้เธอย้ายที่นั่ง
เธอลืมไปเสียสนิทว่าเป็นตัวเองต่างหากที่บ่นกับหวังลี่ลี่ก่อนว่าทนกู้ยวี่ชวนไม่ไหว ส่วนหวังลี่ลี่ก็แค่เสนอคำแนะนำเท่านั้น
หยวนชิงไม่ได้สนใจว่าเธอคิดอย่างไร เขาเดินไปนั่งที่ของตัวเอง แต่เพิ่งนั่งลง จ้าวข่าย เพื่อนร่วมโต๊ะก็ลากเขาไปช่วยแก้โจทย์คณิตศาสตร์ข้อหนึ่ง
อย่าดูถูกว่าจ้าวข่ายชอบเล่นเกม เขาเป็นเด็กเรียนตัวจริง ส่วนหยวนชิงก็ครองอันดับหนึ่งของระดับชั้นมาโดยตลอด ไม่เคยตกจากตำแหน่ง
จ้าวข่ายเองก็รักษาผลการเรียนให้อยู่ในสิบอันดับแรกของระดับชั้นมาตลอด
โจทย์ที่จ้าวข่ายถามเป็นเรื่องฟังก์ชัน หยวนชิงกวาดตามองอยู่สองสามครั้งแล้ววิเคราะห์เล็กน้อย ก็รู้ว่าต้องทำอย่างไร
จ้าวข่ายฉลาดมาก ไม่จำเป็นต้องอธิบายอย่างละเอียด แค่บอกประเด็นสำคัญไม่กี่ข้อก็เข้าใจวิธีทำแล้ว
หยวนชิงบอกว่า “ทำแบบนี้ก่อน... แล้วค่อยทำแบบนี้...”
จ้าวข่ายเข้าใจขึ้นมาทันที
หยวนชิงจึงหยิบหนังสือแบบฝึกหัดที่ซื้อมาออกมาทำ
พอถึงเวลาพักกลางวัน นักเรียนส่วนใหญ่ในห้องฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ หยวนชิงไม่ได้นอน แต่หยิบสมุดวาดภาพออกมาเริ่มวาดรูป
สิ่งที่เขาวาดไม่ใช่คนหรือทิวทัศน์ แต่เป็นสมุนไพรนานาชนิดที่เขารู้จัก รวมถึงรูปร่างต่าง ๆ ของสมุนไพรเหล่านั้น
ในเมื่อทุกวันนี้ไม่มีทางได้เห็นสมุนไพรจริง ๆ แค่ดูอย่างเดียวคงไม่พอ เขาต้องวาดมันออกมา แบบนี้ถึงจะจดจำได้อย่างลึกซึ้ง
ตั้งแต่มัธยมต้นปีหนึ่งจนถึงตอนนี้ เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองมาหลายปีแล้ว ความรู้ทางการแพทย์มากมายฝังอยู่ในหัวของเขา
ด้วยพื้นฐานเช่นนี้ เมื่อได้เริ่มเรียนอย่างจริงจังในมหาวิทยาลัย ก็น่าจะไม่ตามหลังคนอื่น
ที่จริงเวลาเรียน ถ้าทุ่มเทกับการเรียนอย่างเต็มที่ ไม่คิดเรื่องอื่น เวลาก็ผ่านไปเร็วมาก
เผลอแวบเดียวก็ถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว
เมื่อก่อนหยวนชิงจะเดินนำหน้า ส่วนชุยเยว่เยว่เดินตามเขากลับบ้าน
แต่ช่วงหลายวันนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว หยวนชิงกลับบ้านคนเดียวมาตลอด
หยวนชิงปรับตัวกับสถานการณ์เช่นนี้ได้ดี และหวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
มีคนเดินตามหลังเขา แถมยังจับจ้องเขาอยู่ตลอด ทำให้รู้สึกอึดอัดจริง ๆ
พอออกจากลิฟต์มา เขาก็เห็นเจิ้งเวย แม่ของชุยเยว่เยว่ ยืนรออยู่หน้าประตู
“หยวนชิง เลิกเรียนแล้วเหรอ”
หยวนชิงพยักหน้า
“แล้วเห็นเยว่เยว่ของป้าหรือเปล่า เมื่อก่อนกลับพร้อมหนูตลอด หลายวันนี้ทำไมกลับดึกจัง”
หยวนชิงตอบว่า “เรื่องนี้ผมก็ไม่ค่อยทราบครับ เธอไม่ได้เล่าเรื่องของเธอให้ผมฟัง”
“อย่างนั้นเหรอ” สีหน้าของเจิ้งเวยดูไม่ดีนัก
ที่เป็นแบบนี้ไม่ได้เกี่ยวกับหยวนชิงเท่านั้น แม้สองครอบครัวจะเป็นเพื่อนบ้าน และเด็กทั้งคู่ก็โตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก แต่หยวนชิงก็ไม่ได้ดูแลเยว่เยว่ด้วย อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกสาวตัวดีของเธอเอง หลายวันนี้กลับบ้านดึกทุกวัน ไม่รู้ไปทำอะไรมา
หยวนชิงไม่ได้พูดอะไรต่อ เปิดประตูเข้าบ้านไป
แล้วตอนนี้ชุยเยว่เยว่กำลังทำอะไรอยู่ล่ะ
เธอกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกับกู้ยวี่ชวนอยู่หน้าโรงเรียน
“รีบกลับบ้านไปทำไม เพิ่งสองทุ่มกว่าเอง ยังอีกนานกว่าจะถึงเวลานอน เดี๋ยวฉันพาไปสวนสนุก”
“ใครจะไปเที่ยว ฉันจะกลับบ้าน กลับช้าแม่ก็ด่าฉัน รีบปล่อยฉันนะ”
กู้ยวี่ชวนยิ้มอย่างมีเลศนัย จับแขนชุยเยว่เยว่ไว้ พลางมองเธอร้อนใจ
“ฉันไม่ปล่อย แล้วเธอจะทำอะไรได้”
“ไม่อยากไปสวนสนุก ฉันก็พาไปที่อื่น เธอไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่เป็นเพื่อนฉัน”
เขาไม่เปิดโอกาสให้ชุยเยว่เยว่โต้แย้ง ลากเธอให้เดินไปด้วยกัน
ชุยเยว่เยว่พยายามสะบัดมือสุดแรง แต่ก็สะบัดไม่หลุด จนโมโหขึ้นมา
“ไอ้คนสารเลว ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ไป ฉันจะกลับบ้าน”
“ทำไมนายน่ารำคาญขนาดนี้ ฉันบอกแล้วว่าไม่ไป นายเลิกบังคับฉันได้ไหม”
“พี่หยวนชิงไม่มีทางทำแบบนี้ เขาไม่เคยบังคับให้ฉันทำเรื่องที่ไม่ชอบ”
หลายวันก่อนเธอใจอ่อน ยอมไปเที่ยวกับกู้ยวี่ชวน แม่ของเธอก็ไม่พอใจมากแล้ว ถ้าวันนี้ยังไม่รีบกลับบ้านอีก เธอต้องโดนด่าเละแน่ ๆ
แค่คิดถึงสีหน้าบึ้งตึงของแม่ตอนดุด่า เธอก็อดกลัวจนหดคอไม่ได้
ไม่ว่าอย่างไรกู้ยวี่ชวนก็ไม่ยอมให้เธอกลับ เธอจึงทำได้แค่ยกพี่หยวนชิงขึ้นมาอ้าง พี่หยวนชิงเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น ถ้ากู้ยวี่ชวนไม่เรียนรู้จากพี่หยวนชิง เขาก็เป็นคนไม่ได้เรื่อง
เธอไม่คิดเลยว่ากู้ยวี่ชวนจะยิ่งโกรธกว่าเดิม
เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย
“หยวนชิงงั้นเหรอ หึ อยู่ดี ๆ พูดถึงเขาทำไม เรื่องของเราสองคนเกี่ยวอะไรกับเขา”
“หรือว่าเธอชอบเขา”
ชุยเยว่เยว่รีบเถียงกลับทันที “ฉันไม่ได้ชอบสักหน่อย ฉัน ฉันเปล่า นายพูดเหลวไหล”
เห็นท่าทางร้อนตัวแบบนี้ เขาก็รู้แล้วว่าชุยเยว่เยว่ชอบไอ้หยวนชิงอะไรนั่น
เขานึกถึงที่พ่อแก่ที่บ้านบอกว่าเขาไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง และให้ไปเรียนรู้จากคนเก่ง ๆ
เหลวไหลทั้งเพ
เขาไม่คิดว่าตัวเองไม่ได้เรื่อง แถมยังคิดว่าพวกที่เรียนเก่งเป็นหนอนหนังสือ
เรียนเก่งแล้วมีประโยชน์อะไร บ้านเขามีเงิน คนพวกนี้เรียนจบแล้วก็ต้องมาทำงานให้เขาอยู่ดี
เขาไม่คิดว่าการเรียนไม่เก่งทำให้ตัวเองต่ำต้อยกว่าใคร แต่ในใจก็อดอิจฉาพวกที่เรียนเก่งไม่ได้
คนเรียนเก่งเป็นที่ชื่นชอบของพ่อแก่ที่บ้าน เป็นที่ชื่นชอบของครู ใคร ๆ ก็มองพวกเขาด้วยความอิจฉา ราวกับเป็นคนโปรดที่ได้รับความเอ็นดูจากทุกคน
เขาเคยลองตั้งใจเรียนดูแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้
มีแต่คนรักเงินของเขา พอพูดถึงผลการเรียน ทุกคนก็ส่ายหน้า ต่อหน้าไม่พูดอะไร แต่ไม่รู้ลับหลังจะนินทาเขาอย่างไร
ในที่สุดเขาก็ชอบผู้หญิงคนหนึ่งได้เสียที แต่ผลเป็นอย่างไรล่ะ ผู้หญิงคนนั้นดันชอบหนอนหนังสือที่ชื่อหยวนชิง
เมื่อนึกถึงคำด่าของพ่อแก่ที่บ้าน ผลการเรียนที่ไม่มีวันดีขึ้น คำดูถูกลับหลังจากคนบางคนที่หาว่าเขาเป็นโคลนเหลวที่ปั้นไม่ขึ้น รวมถึงชุยเยว่เยว่ที่อยู่ตรงหน้าและคิดว่าเขาสู้หยวนชิงไม่ได้...
เขาก็อดโมโหและอยากทำอะไรสักอย่างไม่ได้ เมื่อไม่อยากทำร้ายชุยเยว่เยว่ เขาจึงนึกถึงหยวนชิงขึ้นมา
อีกฝ่ายเป็นเป้าระบายความโกรธที่เหมาะเจาะทีเดียว
