หน้าชำระเงินค้างอยู่ที่ราคา 29.99 ซึ่งเห็นเด่นชัด
มุมปากเซี่ยจงสวินกระตุกเล็กน้อย เขาก้มมองคนในอ้อมแขน เธอพูดว่าอะไรนะ?
แพงไปหน่อยหรือเปล่า
เวินเหยาจนจริง ๆ เปิดเทอมมาได้ครึ่งเดือน แถมยังฝึกทหารมาครึ่งเดือน การฝึกตอนเช้ากับตอนเย็นกินเวลาไปหมด
เธอไม่มีเวลาไปทำงานพิเศษ ปกติก็กินแต่อาหารจากร้านราคาพิเศษ มื้อเย็นถ้าไม่จำเป็นก็ไม่กิน
ไก่ทอดที่เธอสั่งเป็นร้านเดียวกับที่สวี่เฉา เพื่อนร่วมห้องเคยสั่งครั้งก่อน แล้วแบ่งให้เธอกินตั้งเยอะ
อร่อยมาก เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่อร่อยซึ่งเธอจำได้
เวินเหยาเชิดคางขึ้น สบเข้ากับสายตาที่เซี่ยจงสวินเหลือบมองมา ท้ายทอยพลันเย็นวาบ
เธอเหมือนจะโลภไปหน่อย
เวินเหยาเอ่ยเสียงเบา “งั้นฉันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ไหม?”
เซี่ยจงสวินถอนหายใจเบา ๆ น้ำเสียงเรียบเฉย “กินอันนี้แหละ?”
ได้ยินน้ำเสียงเขาไม่มีอารมณ์ขึ้นลง เวินเหยาก็คิดว่ายังพอมีหวัง จึงพยักหน้าหงึก ๆ ดวงตาเบิกกว้าง
เซี่ยจงสวินครางรับเบา ๆ ปลายนิ้วแตะหน้าจอโทรศัพท์ไปมาอีกสองสามครั้ง ก่อนจะดับหน้าจอแล้วโยนไปไว้ข้าง ๆ
เขากางแขนข้างหนึ่งออก ท่าทางเกียจคร้าน ดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง “มานอนในอ้อมแขนฉัน”
เวินเหยาขยับเข้ามาอย่างว่าง่าย เซี่ยจงสวินก็รวบตัวเธอเข้ามาทันที
แค่ช่วงสั้น ๆ เมื่อครู่ เขากลับหลับสนิท คุณภาพการนอนดีเกินคาด
กลิ่นบนตัวเธอหอมมาก หวานจาง ๆ ราวกับช่วยให้หลับสบาย
เซี่ยจงสวินหลับตา แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเธอใช้ครีมอาบน้ำยี่ห้อเดียวกับเขา
เมื่อก่อนเขาไม่เคยรู้สึกว่าครีมอาบน้ำยี่ห้อนี้มีอะไรพิเศษ
เซี่ยจงสวินหลับตาเงียบ ๆ ส่วนเวินเหยาก็ไม่มีทางหลับลง
ไม่รู้จะทำอะไรดี เธอจึงหลับตาท่อง “ฎีกาเฉินฉิง”
ตอนเรียนบทนี้ เธอร้องไห้หนักมาก หลังจากนั้นก็ยิ่งชอบมันเป็นพิเศษ
ยามว่างก็จะท่องเล่นไปเรื่อย จนสุดท้ายกลายเป็นวิธีคลายเครียดอย่างหนึ่งของเธอ
เวินเหยาเป็นคนอ่อนไหวมาก บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าตัวเองแปลก ทำไมถึงท่องหนังสือไปท่องหนังสือมาแล้วร้องไห้ได้
แต่ความรู้สึกมันยากจะห้าม คราวนี้เธอก็กลั้นไม่อยู่จนร้องไห้อีกแล้ว
คนข้างกายลืมตาขึ้น ดวงตาลุ่มลึกจับจ้องเวินเหยาอย่างไม่คลาดสายตา
เซี่ยจงสวินไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของเวินเหยานัก
เขาแค่รู้สึกถูกใจเธอ แต่ไม่เคยคิดจะคบหาใครจริงจัง
การรักษาความสัมพันธ์ด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นสิ่งที่เขาถนัดที่สุด เขาช่วยจัดการเรื่องผ่าตัดรักษายายของเธอที่โรงพยาบาล และเรื่องเรียนของน้องสาวเธอ
ส่วนเธอก็ตอบสนองความต้องการทางกายของเขา
เรื่องอื่น ๆ เขาไม่ได้สนใจนัก เพราะฉะนั้นตอนนี้เขาควรไล่คนในอ้อมแขนออกไปทันที
แล้วค่อยรอให้เธอมาหาเมื่อเขาเรียกครั้งหน้า
แต่ตอนนี้เขายังคุมอารมณ์ไว้ แล้วถามเธอ
“ร้องไห้ทำไม? เจ็บมากเหรอ?”
เวินเหยาเช็ดน้ำตา ไม่ได้ตอบ เธอคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้เขาฟัง
แต่พอคิดดูอีกที เซี่ยจงสวินเป็นคนหน้าอย่างใจอย่าง เธอกลัวว่าถ้าเขาโมโห คนที่เจ็บตัวจะเป็นเธอเอง
เธอจึงอธิบายเสียงนุ่ม “เปล่า เมื่อกี้คุณ...คุณทำได้ดีมาก”
พอพูดออกไป ทั้งคู่ก็นิ่งค้าง
เดิมทีเธอแค่คิดจะพูดเอาใจเขาส่ง ๆ แต่ตอนนี้กลับฟังเหมือนกำลังชมว่าเขาบริการเธอดี
เซี่ยจงสวินขมวดคิ้ว ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง
เวินเหยาลนลานขึ้นมาทันที จังหวะนั้นเอง ป้าก็เคาะประตู
“คุณชายคะ อาหารเดลิเวอรีวางไว้หน้าประตูแล้วค่ะ”
เวินเหยาพลิกตัวลงจากเตียงทันที เซี่ยจงสวินขมวดคิ้ว อ้อมแขนยังคงเหลือไออุ่นของเธออยู่
เวินเหยาถือถุงอาหารเข้ามา ถุงใหญ่และหนักมากจนเธอสงสัย
เธอจำได้ว่าร้านนี้ไม่ได้ให้เยอะขนาดนี้
เพื่อไม่ให้ต้องเข้าใกล้เซี่ยจงสวิน เธอจึงเดินผ่านเขาไปที่โต๊ะข้างเตียงทันที
นอกหน้าต่างงดงามมาก แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดคลุมร่างเวินเหยา พาให้เธอดูอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วน
เซี่ยจงสวินนวดหว่างคิ้วแล้วเอนตัวลุกขึ้นนั่ง ใครอนุญาตให้เธอกินของมัน ๆ แบบนี้ในห้องเขากัน?
เวินเหยาแกะห่อเสร็จพอดี พอหันกลับมาก็สบเข้ากับสายตาของเซี่ยจงสวิน
จากมุมที่เธอมองเขา แสงสีส้มเหลืองส่องใบหน้าเขาจนแสบตา เวินเหยาจึงดูไม่ออกว่าเซี่ยจงสวินกำลังหงุดหงิด
แต่จากมุมที่เซี่ยจงสวินมองเวินเหยา เธอกลับยืนย้อนแสง เส้นผมโปร่งแสงกลืนไปกับประกายเรืองรองเล็กน้อย รอยที่เขาทิ้งไว้บนเนินอกเห็นได้ชัดเจน
สีหน้าของเธอดีใจจนเก็บไม่มิด ริมฝีปากอิ่มเอิบยกโค้งขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาก็มีรอยยิ้ม
เวินเหยาเอ่ยเสียงร่าเริง “เซี่ยจงสวิน ฉันกินทั้งหมดนี่ได้ไหม?”
จะบอกว่าไม่ดีใจคงโกหก เซี่ยจงสวินสั่งอาหารแทบทุกอย่างในร้านมาให้เธอ
ยังมีเครื่องดื่มขึ้นชื่อและแพงที่สุดของร้านอีกด้วย
เวินเหยาเป็นผู้หญิงประเภทที่ชอบดื่มเครื่องดื่มหวาน ๆ
เซี่ยจงสวินสบตาเธอ นิ่งไปสองวินาที ก่อนจะครางรับเบา ๆ
เวินเหยาหันกลับไป กลืนน้ำลายอย่างห้ามตัวเองไม่ได้อยู่หลายครั้ง แล้วจึงนั่งลงเงียบ ๆ เตรียมกิน
“เวินเหยา”
เซี่ยจงสวินเรียกเธอ
เวินเหยาถึงได้สติ หันกลับมายิ้มให้เขาอย่างเก้อเขิน “เอ่อ คุณจะกินอะไรไหม? ฉันหยิบให้”
เซี่ยจงสวินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เม้มปากแล้วพูดว่า “คราวหน้า ตอนอยู่บนเตียงก็ยิ้มแบบเมื่อกี้ด้วย”
จากนั้นเขาก็พูดต่อ “ยิ้มแบบตอนนี้ก็ได้”
เวินเหยากัดริมฝีปาก หันกลับไปแล้วไม่สนใจเขาอีก
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเซี่ยจงสวินก็มีข้อความเด้งขึ้นมา
เซี่ยเจิ้งเหวิน:【เจอหนูเหยาเหยาหรือยัง?】
เซี่ยจงสวิน:【อืม】
เซี่ยเจิ้งเหวิน:【ไม่ได้ทำให้เธอตกใจใช่ไหม? พ่อบอกแล้วว่าแม่กับพ่อมีธุระกะทันหัน อีกสองสามวันค่อยนัดกินข้าวกันก็ได้ แต่ลูกดันจะมาเจอแทนพวกเรา แถมยังไม่บอกน้องล่วงหน้าอีก】
เซี่ยจงสวิน:【ไม่เป็นไร เราคุยกันดี】
เซี่ยเจิ้งเหวิน:【น่าสงสารมาก พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียตั้งแต่หลายปีก่อน ที่บ้านเหลือแค่ยายกับน้องสาว แต่เหยาเหยาเป็นเด็กเก่งและพยายามมากนะ】
【เธอเรียนที่เดียวกับลูก ต่อไปก็ดูแลเธอให้มากหน่อย ว่าง ๆ ก็พาไปกินข้าวบ้าง】
เซี่ยจงสวิน:【อืม กำลังกินอยู่】
เซี่ยเจิ้งเหวิน:【กินอะไร?】
นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยจงสวินอดทนคุยกับพ่อมากขนาดนี้ เขาเงยหน้ามองเวินเหยาที่อยู่ริมหน้าต่างอีกครั้ง
เธอกินอย่างเชื่องช้า ศีรษะขยับน้อย ๆ ดูท่าจะกินอย่างมีความสุข
ทำไมถึงพอใจง่ายขนาดนี้นะ
เซี่ยจงสวินยกมุมปากขึ้น “เวินเหยา อร่อยไหม?”
พอได้ยินชื่อตัวเอง เวินเหยาก็เผลอยืดหลังตรงขึ้นมา
พอชื่อของเธอหลุดจากปากเขา กลับฟังดูไม่ค่อยเหมือนเรียกกันอย่างจริงจังเลย
เมื่อครู่อยู่บนเตียง นอกจากเสียงหอบแล้ว เขาก็แทบไม่พูดอะไร
คำพูดไม่กี่คำที่มี ก็มีแต่เรียกชื่อเธอ
ตอนนี้เธอเริ่มไม่อยากได้ยินชื่อตัวเองแล้ว เขาช่วยอย่าเรียกเธอด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แบบนั้นได้ไหม
คันหูจัง
เวินเหยายิ้มอย่างสุภาพ ไม่ได้หันกลับไป “อร่อยมาก”
สายตาของเซี่ยจงสวินกลับไปอยู่บนโทรศัพท์อีกครั้ง
เขาตอบว่า【กินไก่ทอด】
เซี่ยเจิ้งเหวิน:【พาลูกเขากินอะไรดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง?】
เซี่ยจงสวิน:【คราวหน้า】
เซี่ยเจิ้งเหวินโอนเงินเข้าบัตรของเซี่ยจงสวินโดยตรง
อืม เรื่องที่พ่อเป็นคนลงมือทำทันทีนี่ เขาคงได้มาจากพ่อ
เซี่ยจงสวินหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งจากตู้มาเปลี่ยน แล้วก็เปิดประตูออกไป
เวินเหยาหยุดเคี้ยวทันที
เธอเริ่มกระวนกระวาย
เขาออกไปทำไม เธอยังไม่มีเสื้อผ้าเลยนะ
