ตอนเวินเหยากลับมา ในหอพักยังไม่มีใคร เธอรู้สึกว่ากระโปรงที่ใส่อยู่ไม่ค่อยสบายตัว จึงคิดจะเปลี่ยนออก
จังหวะนั้นเอง ประตูหอพักก็เปิดผาง
“เหยาเหยากลับมาแล้ว!”
สวี่เฉาวางถุงในมือลง ก่อนจะกอดเวินเหยาอย่างหลวม ๆ “เหยาเหยา ฉันซื้อข้าวเย็นมาให้ด้วย”
วันนี้เพื่อนคนหนึ่งของสวี่เฉาจัดงานวันเกิด เดิมทีเธอนัดเวินเหยาไปด้วยกัน แต่เวินเหยามีนัดอยู่แล้วจึงไม่ได้ไป
“หมูตุ๋นซีอิ๊ว กุ้งผัดกระเทียม แล้วก็ซี่โครงหมูนึ่งนะ”
“ฉันห่อไว้ก่อนกินแล้ว สะอาดแน่นอน”
เวินเหยาสูดจมูก ขอบตาเริ่มชื้น
“ขอบใจนะ เฉาเฉา”
ถึงสวี่เฉาจะไม่พูดอะไร แต่เธอก็ซื้อของอร่อยมาให้เวินเหยาหลายครั้งแล้ว
ทุกครั้งที่แบ่งขนม ก็แบ่งให้เธอเยอะมากด้วย
สวี่เฉาตบหลังเวินเหยาเบา ๆ ไปพลาง หัวเราะจนตัวโยนไปพลาง ก่อนจะควักโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายแชะ ๆ “สาวงามหลั่งน้ำตา ช่างน่าชมจริง ๆ”
สวี่เฉอพินิจใบหน้าของเวินเหยาอย่างละเอียดอีกครั้ง ถึงเพิ่งสังเกตเห็นกระโปรงที่เธอสวมอยู่
“เหยาเหยา กระโปรงตัวนี้สวยจัง แล้วก็รู้สึกคุ้น ๆ ด้วย”
เวินเหยาหลุบตามอง คิดหาคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายอย่างติดขัด “ก็คุณลุงที่สนับสนุนฉันกับภรรยาของเขาพาฉันไปซื้อมา”
สวี่เฉาเท้าคาง สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย “เหมือนจะเป็นคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วงของแบรนด์ไหนสักแบรนด์นะ นึกไม่ค่อยออกแล้ว”
“พวกเขาก็ดีกับเธออยู่นะ กระโปรงตัวนี้คงแพงน่าดู”
เวินเหยากระตุกมุมปาก นึกถึงเซี่ยจงสวินที่พูดหน้าตาเย็นชาว่าถ้าเธอไม่ใส่กระโปรง เขาจะให้เธอกลับมาแบบไม่ใส่อะไรเลย พลันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
ทั้งสองคนยังคุยกันอยู่ ฉืออิงก็กลับมาพร้อมหนังสือเรียน เธอทักทายสั้น ๆ แล้วกลับไปอ่านหนังสือที่เตียงของตัวเอง
ฉืออิงเป็นคนค่อนข้างเย็นชา สวมแว่นกรอบดำ ผิวขาว รูปร่างสูงโปร่ง ให้ความรู้สึกเหมือนสาวสวยสายเรียนสุดฉลาด
แน่นอนว่าผลการเรียนของเธอก็ดีจริง ๆ เธอสอบเข้าภาควิชาภาษาอังกฤษด้วยคะแนนสูงสุด
เวินเหยาชื่นชมเธอจากใจ
ช่วงค่ำ ถังหลี รูมเมตคนสุดท้ายก็กลับมาจากข้างนอก
เธอมีนิสัยร่าเริงเหมือนสวี่เฉา ทั้งคู่ชอบดูซีรีส์ เล่นเกม และคุยเรื่องหนุ่มหล่อ สวี่เฉาเคยบอกว่าพวกเธอสองคนเหมือนผู้ป่วยโรคเดียวกันที่เพิ่งมาเจอกันเอาป่านนี้
ถังหลียิ้มตาหยี สีหน้าเปี่ยมสุข “เห็นสนมรักอยู่กันครบ เราก็วางใจแล้ว”
ทุกคนถูกท่าทางของเธอทำให้หัวเราะ แม้แต่ฉืออิงที่กำลังตั้งใจอ่านหนังสือยังยิ้มบาง ๆ
ถังหลีเพิ่งนั่งลงก็เริ่มเมาท์เรื่องหนุ่มหล่อกับสวี่เฉา เพราะเวินเหยากับฉืออิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไร จึงไม่ได้ดึงทั้งสองคนมาร่วมวงด้วย
“ทายสิว่าเราเห็นใครแถวหน้าโรงเรียน?”
ถังหลีตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าสวี่เฉา แล้วร้องลั่น “เซี่ยจงสวิน!”
เวินเหยาที่กำลังเอนกายทบทวนบทเรียนใหม่อยู่บนเตียงสะดุ้งจนตัวสั่น หนังสือเรียนปกแข็งเกือบหล่นใส่หน้า
“ถ่ายมาเบลอไปหน่อยนะ แต่หล่อไหมล่ะ? รถเขาจอดอยู่ตรงนั้นตั้งนาน ไม่รู้ว่ารอใครอยู่”
ฝ่ามือเวินเหยาชื้นเหงื่อ เธอสูดลมหายใจเบา ๆ ยังดีที่ไม่ได้เจอเขา
ต่อไปเธอกลับเองดีกว่า
“หน้าตาแบบเขาน่าจะมีคนตามจีบเยอะนะ ไม่รู้ใครจะโชคดีได้คบกับแฟนระดับนี้”
สวี่เฉาพูดต่ออย่างเมามัน “ก็คนที่อยู่คณะศิลปกรรมไง ชื่อเซี่ยซืออะไรสักอย่าง ก่อนหน้านี้มีคนถ่ายรูปทั้งคู่ที่ร้านคาราโอเกะได้ด้วย”
แฟนหนุ่ม
เวินเหยานึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา จ้องช่องสนทนาของเซี่ยจงสวินอย่างเหม่อลอย
มาตรฐานศีลธรรมของเขาต่ำจนไม่มีขีดจำกัดในสายตาเวินเหยา พวกเขาเพิ่งเจอกันครั้งเดียว เขาก็ทำกับเธอแบบนั้นแล้ว
ถ้าเขามีแฟนอยู่ เวินเหยาคงรู้สึกเหมือนศีลธรรมของตัวเองถูกเหยียบย่ำอยู่กับพื้น
เพราะผู้ชายไร้ศีลธรรมคนหนึ่ง จะมีผู้หญิงอีกคนต้องเผชิญกับความไม่เป็นธรรมเพิ่มขึ้นมา
เธอไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้เลย
เธอพิมพ์ข้อความหนึ่งบรรทัด แล้วกดส่ง
【คุณมีแฟนหรือเปล่า?】
จากนั้นเธอก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน จนกระทั่งก่อนนอนก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
-
เซี่ยจงสวินเพิ่งขับรถออกมาได้ไม่นาน ก็ถูกกู้เหยียนเช่อโทรตามไปดื่มเหล้า
เซี่ยจงสวินเข้ามาแล้วไม่พูดอะไรสักคำ เอนหลังพิงโซฟาและหลับตาลง
“อดนอนจนสภาพเป็นแบบนี้ ยังมานอนบ้านฉันอีก” กู้เหยียนเช่อมองเขาอย่างเอือมระอา “เมื่อคืนไปทำอะไรมา หรือว่าไปนอนกับผู้หญิงมาวะ?”
เส้นเลือดตรงขมับของเซี่ยจงสวินกระตุก เขาไม่ได้นอนมาเกือบ 48 ชั่วโมงแล้ว
ริมฝีปากบางขยับ ก่อนเอ่ยเสียงเย็นชา “ไสหัวไป”
กู้เหยียนเช่อชินกับท่าทางน่าหงุดหงิดของเขามานานแล้ว จึงหยิบหมอนอิงปาใส่ แล้วเรียกคนมาหลายคนให้มาเล่นเกมด้วยกัน
“เฮ้ มีสาวใส ๆ มาใหม่ตั้งหลายคน ไม่แน่ว่าอาจถูกใจแกก็ได้”
กู้เหยียนเช่อโตมาด้วยกันกับเซี่ยจงสวิน ถึงภายนอกเซี่ยจงสวินจะดูเหมือนเด็กเรียนดี แต่ก็หลอกคนที่เพิ่งเจอกันได้อยู่
เขาคบกับเซี่ยจงสวินมาหลายปี รู้ดีว่าลึก ๆ แล้วหมอนี่ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนัก
แข่งรถ ต่อยตี สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทำมาหมดทุกอย่าง ยกเว้นไม่ค่อยสนใจผู้หญิง
กู้เหยียนเช่อเจอผู้หญิงมาสารพัดตั้งแต่เด็กจนโต ถึงจะมีผู้หญิงอยู่รอบตัวไม่น้อย แต่ทุกคนก็มีสถานะชัดเจน คบกันก่อนแล้วค่อยมีอะไรกัน เป็นคนเจ้าชู้แต่ไม่มั่วซั่ว
หลายปีมานี้เขาอยากลากเซี่ยจงสวินลงน้ำด้วยมาตลอด
เมื่อก่อนแค่พูดเรื่องนี้ เซี่ยจงสวินก็ใช้สายตาเชือดเขาตายไปแล้ว
แต่วันนี้กลับผิดคาด ไม่พูดอะไรสักคำ ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่
“เปลี่ยนใจแล้วเหรอ? เดี๋ยวฉันเรียกคนมาให้”
กู้เหยียนเช่อกระตือรือร้นยิ่งกว่าตอนเจอคนที่ตัวเองชอบเสียอีก
เซี่ยจงสวินเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ต้อง”
กู้เหยียนเช่อกำลังห่อเหี่ยว จู่ ๆ ก็ตาไวเหลือบเห็นรอยแดงบนคอของเซี่ยจงสวิน เขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่านั่นคืออะไร?
“เชี่ย รอยจูบ!”
“แกแอบไปกินก่อนฉันแล้วใช่ไหมวะ”
เซี่ยจงสวินยกมือแตะโดยไม่รู้ตัว แล้วนึกย้อนกลับไป
ตอนที่เขาบอกให้เธออดทน เธอก็อดทนมาตลอดจริง ๆ แต่ตอนหลังตอนที่เขากอดเธอลุกขึ้น เธอเจ็บจนกัดเขาเข้าให้
เขารู้ตัวว่าทำเกินไปหน่อย เลยปล่อยให้เธอกัดตามใจ
“ใครวะ? สาวงามขนาดไหนถึงได้เปิดซิงแก?”
กู้เหยียนเช่อถามไม่หยุด ก่อนหน้านี้เขาเคยสงสัยเรื่องรสนิยมทางเพศของเซี่ยจงสวินด้วยซ้ำ ถึงกับโยนประวัติการดูเว็บพีใส่หน้าอีกฝ่าย
เอาเถอะ ตรงยิ่งกว่าตรงเสียอีก
กู้เหยียนเช่อจึงคิดว่าแค่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยหมาบ้าอย่างเซี่ยจงสวิน คงลากอีกฝ่ายมาไว้ข้างกายแล้ว
เซี่ยจงสวินถูกกวนจนทนไม่ไหว “ไสหัวไปให้พ้น ไอ้เวร”
เมื่อเห็นว่าเซี่ยจงสวินรำคาญสุดขีด กู้เหยียนเช่อก็เลิกเซ้าซี้ให้ตัวเองโดนด่า
ดื่มกันจนดึกดื่น กู้เหยียนเช่อผลักสาวที่อยู่ในอ้อมแขนออก แล้วชูโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าเซี่ยจงสวิน
เขาลืมไปสนิทแล้วว่าเซี่ยจงสวินอาจมีผู้หญิงอยู่แล้ว
“ดูสิ ดู พวกเขากำลังตามจีบสองคนนี้กันหมด”
“คนนี้ชื่อฉืออิง ส่วนอีกคนชื่อเวินอะไรสักอย่าง”
พวกคุณชายของกู้เหยียนเช่อไม่ได้เข้ารับการฝึกทหาร เขาจึงไม่ได้สนใจข่าวสารในมหาวิทยาลัยเลย เพิ่งกลับมาที่มหาวิทยาลัยวันนี้เอง
เซี่ยจงสวินเหลือบตามอง
ผู้หญิงในรูปสวมชุดฝึกทหาร กำลังดื่มน้ำอย่างว่าง่าย จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่คนที่นอนอยู่บนเตียงเขาเมื่อตอนบ่าย
กู้เหยียนเช่อหรี่ตาแล้วพูดจาเพ้อเพราะเมาต่อ “คนนี้ตรงสเปกฉันเลย ดูท่าทางจีบยาก น่าสนใจดี”
รสนิยมของกู้เหยียนเช่อมักเป็นผู้หญิงที่ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่เขาก็ไม่ได้มีรสนิยมแปลกอะไร เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่สองวินาที
“คนนี้ก็เด็ดนะ ดูเรียบร้อยขนาดนี้ คงต้องเป็นเดนมนุษย์เท่านั้นแหละถึงจะลงมือได้”
เซี่ยจงสวิน “……”
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเซี่ยจงสวินก็เด้งข้อความขึ้นมา
เขาปลดล็อกหน้าจอ แล้วอ่านอยู่หลายวินาที
