เธอเก็บที่คั่นหนังสือไว้เป็นอย่างดี
เสี่ยวไน่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง จู่ ๆ ก็วางมือทั้งสองข้างลงบนบ่าเธอ แล้วพูดอย่างมีนัยว่า “เจ้าของร้าน คุณแน่ใจนะว่าเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณ? สายตาที่พวกคุณมองกันไม่ธรรมดาเลยนะ”
ไป่ลั่วเงยหน้ามองเธอ “อืม…ความสัมพันธ์พูดยากน่ะ ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องจริง ๆ หรอก”
“อ๋อ เข้าใจแล้ว” เสี่ยวไน่หัวเราะ แล้วกลับไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน
ไป่ลั่วลอบถอนหายใจ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่างเปล่าในใจ เป็นเพราะคิดว่าคงไม่ได้เจอเขาไปอีกนาน หรือเพราะไม่อยากจากกันกันแน่นะ
ไม่น่าจะใช่มั้ง……
เธอจะเผลอใจไม่ได้เด็ดขาด
ไป่ลั่วลุกขึ้นไปคิดบัญชี เพื่อห้ามตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่าน
กลางคืน
ไป่ลั่วกำลังเล่นออนเนอร์ออฟคิงส์อย่างเมามัน จู่ ๆ ก็มีสายวิดีโอเด้งขึ้นมาด้านบนหน้าจอ เธอไม่ลังเล ปัดทิ้งทันที
อุตส่าห์ไปแล้ว ยังจะมารบกวนอีก
พอเธอไม่รับ ฉีเจี้ยนก็โทรมาอีก เขาโทรติดกันถึงสี่ครั้ง
ไป่ลั่วเริ่มหงุดหงิด เกมก็จบพอดี
เธอกดรับสายแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ศาสตราจารย์ฉี คุณว่างเกินไปหรือเปล่า?”
ฉีเจี้ยนบนหน้าจอจ้องเธออยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ผมคิดถึงคุณ”
ไป่ลั่วอ้าปากค้าง แสงเย็นสีขาวส่องบนใบหน้า ทำให้แก้มแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
เธอกระแอมเบา ๆ “เอ่อ…คุณเพิ่งออกเดินทางไปตอนเช้าไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อคืนยังแนบชิดกันอยู่เลย วันนี้ก็มาบอกว่าคิดถึงเธออีก……
ผู้ชายขี้อ้อน!
ฉีเจี้ยนทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด แล้วถามต่อเองว่า “แล้วคุณล่ะ คิดถึงผมไหม?”
“คิดสิ คิดถึงเงินของคุณ คิดถึงหน้าตาของคุณ แล้วก็คิดถึง…” เธอหยุดพูด มุมปากยกขึ้น “คุณเข้าใจใช่ไหม ฉันไม่พูดตรง ๆ หรอก”
เธอนี่มันคนที่เจ็บแล้วก็ลืมสินะ……
