หลังจูบกันเสร็จ ไป่ลั่วก็หยิบแว่นมาสวมให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ ปลายนิ้วลูบไล้อยู่ตรงหางตาของเขา
“ศาสตราจารย์ฉี คุณสายตาสั้นเหรอคะ?”
เขาเอียงหน้าเล็กน้อย ปลายจมูกเฉียดปลายนิ้วเธอ ก่อนจะถูไล้เบา ๆ
“ไม่มาก พอให้มองเห็นคุณก็พอ”
“อ๋อ รีบไปกันเถอะ ไม่อย่างนั้นกลับไปคงเหลือแต่จานแล้ว” ไป่ลั่วหันหน้าหนี ใบหน้าระเรื่อแดงขึ้นเล็กน้อย
ฉีเจี้ยนบ้าจริง ทำไมถึงเก่งเรื่องหยอดมากกว่าเธอเสียอีก ไม่ใช่ว่าเธอต้องเป็นฝ่ายหยอดเขาหรอกเหรอ?
นี่มันผิดธรรมชาติชัด ๆ!
ฉีเจี้ยนจับหน้าเธอให้หันกลับมา จ้องมองเธอไม่วางตา น้ำเสียงทุ้มต่ำลง
“หน้าแดงแล้วนะ”
ไป่ลั่วเอามือทั้งสองข้างแตะแก้ม “ก็เพราะโดนแดดไงคะ” เธอเงยหน้ามองเขาแล้วพูดมั่ว ๆ “หน้าคุณก็แดงเหมือนกัน ใครก็อย่าว่าใครเลย”
“เหรอ?”
“อือ แดงมาก รีบไปกันเถอะ”
ให้ตายสิ กลับบ้านแต่ละทีอืดอาดยืดยาดจริง ๆ เดิมทีใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว กลับลากยาวมาจนตอนนี้ตั้งสามชั่วโมง
ฉีเจี้ยนยื่นมือมาโอบเอวเธอ ไป่ลั่วเอนตัวเข้าหาเขา “เมื่อกี้ยัง...ยังไม่พอ ให้ฉันจูบอีกสักพักนะ”
พูดจบ เขาก็ประคองคางเธอขึ้นเบา ๆ แล้วโน้มลงจูบ ปลายลิ้นแตะอยู่บนริมฝีปากล่างของเธอ
ไป่ลั่วอ้าปากรับอย่างร่วมมือ ปลายลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดกัน เขากวาดต้อนลมหายใจภายในปากเธออย่างไม่หยุดหย่อน ใบหน้าของไป่ลั่วแดงยิ่งกว่าเดิม
อะไรนะ ความจุปอดสี่พัน? จริง ๆ แล้วของเธอมีแค่ประมาณสองพันห้าร้อยเอง...
แถมนั่นก็สุดขีดแล้วด้วย
ฉีเจี้ยนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หายใจ ไป่ลั่วแทบหายใจไม่ทัน จึงใช้สองมือดันเขา
