“หืม? มีอะไรหรือเปล่า?” ฉีเจี้ยนถามเสียงต่ำ ไป่ลั่วรู้สึกว่าเขาเอาแต่แกล้งเธอไม่หยุด…
“มะ…ไม่มีอะไรค่ะ ฉันไปก่อนนะคะ”
เขาขานรับเบา ๆ “มีปัญหาอะไรก็มาหาฉันได้ทุกเมื่อ”
ไป่ลั่วพยักหน้าแล้วรีบเดินออกไป พอออกมาข้างนอกก็รู้สึกว่าอากาศปลอดโปร่งขึ้นมาทันที
ฉีเจี้ยนมองแผ่นหลังของเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ
เพราะเรื่องวิทยานิพนธ์จบการศึกษา ไป่ลั่วจึงต้องพบเขาบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ…
แววตาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นคลุมเครือและอ่อนหวาน ไป่ลั่วแทบไม่เคยเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเขาอีกแล้ว
เมื่อเทียบกับสีหน้าเคร่งขรึม ไป่ลั่วกลับรู้สึกว่าแววตาคลุมเครือเช่นนั้นน่ากลัวกว่า ราวกับเธอกำลังจะถูกจับได้อย่างไรอย่างนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ฉีเจี้ยนมักเรียกเธอไปที่ห้องทำงาน ไม่ยอมให้คำแนะนำผ่านแอปแชทจีน…
เธอลองถามลูกศิษย์ของเขาหลายคน ทุกคนต่างบอกว่าไม่เคยเป็นแบบนี้!
นี่น่ะหรือการดูแลเป็นพิเศษที่ไป่อวี่พูดถึง?
เธอไม่เอาหรอก!
ทุกวันต้องวิ่งไปมาระหว่างหอกับตึกเรียน เธอเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษแบบนี้ก็ได้
กลางคืน
ในที่สุดไป่ลั่วก็มีเวลาว่าง เมิ่งชื่อจึงโทรมาหาเธอ
“เพื่อน ไปเที่ยวบาร์กันไหม?”
ตอนนี้ไป่ลั่วกำลังถือไม้ถูพื้นทำความสะอาดหอพัก เธอตะโกนตอบเสียงดัง “ฉันไม่ไปแล้ว วิทยานิพนธ์จบการศึกษากำลังทรมานฉันอยู่”
เธออยากรีบทำให้เสร็จ เทอมหน้าต้องไปฝึกงานแล้ว ไม่อยากเหนื่อยแบบนี้ต่อ
“ไม่ไปจริงเหรอ? ได้ยินว่าที่ร้านมีนายแบบชายมาใหม่หลายคน หล่อสุด ๆ เลยนะ”
