ชิวเหมยเม้มปาก ก่อนบอกความลำบากของตัวเองออกมา “พี่เฉิน ฉันขาดเสบียงแล้ว มันฝรั่งกินแทนอาหารหลักได้ พี่ช่วยซื้อให้ฉันเพิ่มอีกสักสองชั่งได้ไหม”
เฉินจี้ฉีเห็นท่าทางของเธอแล้วก็ไม่อาจทำใจพูดอะไรต่อ จึงชั่งมันฝรั่งให้เธอไปกว่าสี่ชั่ง จ่ายไป 258 แต้ม แล้วให้ชิวเหมยสามชั่ง ส่วนที่เหลืออีกชั่งกว่าเขาเก็บไว้ เตรียมหิ้วกลับบ้าน
จากนั้นเขาแวะร้านขายธัญพืชและน้ำมัน ซื้อข้าวให้ชิวเหมยอีกสิบชั่ง ใช้ไป 500 แต้ม
ของพวกนี้น่าจะพอให้เธอกินได้เกินครึ่งเดือน
ชิวเหมยหิ้วข้าวกับมันฝรั่ง สีหน้าชื่นบาน
“พี่เฉิน พี่ใจดีจัง”
“เรื่องเล็กน้อยน่า”
ถึงอย่างไรเขาก็ตั้งใจจะแต่งงานกับชิวเหมย เพียงแต่ยังไม่ได้บอกจ้าวหย่งเซียงผู้เป็นแม่ ไว้รอจังหวะเหมาะ ๆ ค่อยพูดก็แล้วกัน
“พี่เฉิน ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะหาทางขายตุ๊กตาให้ได้ อีกไม่นานฉันก็จะหาแต้มได้แล้ว” ชิวเหมยพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
เฉินจี้ฉีเชื่อชิวเหมย
ชิวเหมยเป็นคนฉลาดและขยันขันแข็ง ต่อไปต้องหาแต้มได้แน่
“ชิวเหมย อย่าหักโหมเกินไปล่ะ”
หลังจากส่งชิวเหมยกลับถึงชุมชน เฉินจี้ฉีก็กลับบ้าน
จ้าวหย่งเซียงกำลังง่วนทำอาหารอยู่ในครัวเล็ก ๆ ขนาดสองตารางเมตร พอเห็นเฉินจี้ฉีกลับมา เธอก็รีบถามว่า
“จี้ฉี ลูกซื้อข้าวกลับมาหรือเปล่า ในถังไม่มีข้าวแล้ว”
“ข้าวหมดแล้วเหรอ”
เฉินจี้ฉีชะงัก ก่อนเดินไปดู
ในถังข้าวไม่เหลือจริง ๆ มีอยู่แค่ก้นถังนิดเดียว
“แม่ เมื่อก่อนแม่เป็นคนซื้อข้าวเข้าบ้านไม่ใช่เหรอ” เฉินจี้ฉีถาม
แต่ก่อนเขาไม่เคยยุ่งเรื่องพวกนี้เลย ถังข้าวที่บ้านมีข้าวอยู่ตลอด ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ข้าวหมดมาก่อน
