“วันนี้คนกินเกี๊ยวด้วยกันเยอะเหมือนกันนะ” เจียงถังพูดยิ้ม ๆ
รวมแล้วมี 8 คน
บรรยากาศคึกคักครื้นเครง
เจียงเหยียนหยิบชามกับตะเกียบ ส่วนเจียงถังตักเกี๊ยวใส่ชาม ไส้เป็นหมูสับผสมผักกาดขาว พอเปิดฝาหม้อ ไอร้อนและกลิ่นหอมก็ลอยกรุ่นออกมาทันที แป้งเกี๊ยวนุ่มลื่นแต่เหนียวหนึบ ไส้เนื้อแน่นเต็มคำ แม้แต่น้ำซุปที่ต้มออกมาก็ยังหอม
“กินกันให้เต็มที่ ถ้าไม่พอเดี๋ยวต้มเพิ่ม ฉันห่อไว้ตั้งเยอะ” เจียงเหยียนบอก
หลินอั้นกอดชามไว้ กินเกี๊ยวคำโต ๆ ซดน้ำซุปอึกใหญ่ ๆ ไม่เกรงใจใคร
อร่อยเหลือเกิน อิ่มอกอิ่มใจสุด ๆ!
มีแค่เจียงหลี่เท่านั้นที่ยอมให้พวกเขากินกันแบบนี้ มื้อนี้ใช้หมูอย่างน้อย 5 จินกับแป้งสาลีอีก 5 จิน
หมูราคาจินละ 340 แต้ม แป้งสาลีจินละ 80 แต้ม
วัตถุดิบสำหรับเกี๊ยวมื้อนี้มีต้นทุน 2,100 แต้ม
บ้านไหนจะกล้ากินกันแบบนี้? แถมยังเลี้ยงคนตั้งมากมายอีก?
ตอนนี้ข้าวของแพง ทุกคนต่างต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด มีแต่เจียงหลี่ที่ทำแบบนี้ได้ แถมสีหน้ายังไม่แสดงความเสียดายแม้แต่น้อย
หลินอั้นคิดแบบนี้ เฉินเย่ก็คิดแบบนี้เหมือนกัน ที่แท้ความรู้สึกที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารวันพรุ่งนี้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ที่แท้การได้กินอิ่มทุกมื้อก็เป็นแบบนี้...
ถ้าเขาได้อยู่ที่ฟาร์มแห่งนี้ เขาก็จะมีข้าวกินจนอิ่ม ส่วนเงินที่หาได้ก็จะช่วยให้คุณย่ากินอิ่มและกินดีได้ทุกวัน มีชีวิตบั้นปลายที่สุขสบาย
“เจ้าของฟาร์มเจียง...” จู่ ๆ เฉินเย่ก็เงยหน้าขึ้น มองเจียงหลี่
“มีอะไรเหรอ?” เจียงหลี่กำลังกินเกี๊ยว จึงหันมามองเขาอย่างสงสัย
